เที่ยวฮัลล์สตัทท์ Hallstatt ออสเตรีย หมู่บ้านริมทะเลสาบ

ฮัลส์สตัทท์ Hallstatt ออสเตรีย เมืองมรดกโลกริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก

by Grazie Travel

เที่ยวฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ออสเตรีย หมู่บ้านริมทะเลสาบสุดโรแมนติกแห่งเทือกเขาแอลป์

ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศออสเตรีย หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ ท่ามกลางภูเขาสูงของเทือกเขาแอลป์

ภาพบ้านเรือนสีสันอ่อนที่เรียงตัวตามแนวทะเลสาบ และภูเขาที่โอบล้อมอยู่โดยรอบ ทำให้ฮัลล์สตัทท์มีบรรยากาศเหมือนเมืองในเทพนิยาย นอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ฮัลล์สตัทท์ยังมีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญด้านวัฒนธรรมของภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท

ด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างภูเขา ทะเลสาบ และหมู่บ้านเก่าแก่ Hallstatt จึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางมา เที่ยวออสเตรีย

ประวัติความเป็นมาของเมืองฮัลส์สตัทท์

คำว่า Hall มีรากศัพท์มาจากภาษาเซลติก แปลว่า “เกลือ” เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งทำเหมืองเกลือที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีการทำเหมืองมาตั้งแต่กว่า 7,000 ปี จนได้รับฉายาว่า “เมืองแห่งเกลือ” (Salt Town)

ความมั่งคั่งจากการค้าเกลือทำให้ฮัลส์สตัทท์เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และยังเป็นที่มาของชื่อ วัฒนธรรมฮัลส์สตัทท์ (Hallstatt Culture) ซึ่งเป็นอารยธรรมยุคเหล็กที่สำคัญของยุโรป ระหว่างประมาณ 800–450 ปีก่อนคริสตกาล

ฮัลล์สตัทท์ เมืองเล็กริมทะเลสาบ

ฮัลล์สตัทท์ตั้งอยู่ในแคว้น Salzkammergut ทางตอนกลางของออสเตรีย หมู่บ้านมีพื้นที่ไม่ใหญ่ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวแบบสบาย ๆ ถนนสายเล็ก ๆ ทอดผ่านบ้านเรือนเก่า ร้านค้า และร้านอาหารท้องถิ่น

เมื่อเดินไปตามแนวทะเลสาบ จะสามารถมองเห็นภูเขาสูงที่ตั้งอยู่ด้านหลังหมู่บ้าน ภาพของบ้านไม้ อาคารสีพาสเทล และผืนน้ำที่สะท้อนภูเขา ทำให้ทุกมุมของฮัลล์สตัทท์เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ

สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองฮัลส์สตัทท์

เสน่ห์ที่ทำให้ฮัลส์สตัทท์แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวแห่งอื่น คือสถาปัตยกรรมบ้านไม้แบบอัลไพน์ (Alpine Architecture) ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ บ้านแต่ละหลังมีอายุหลายร้อยปี สร้างจากไม้และหินท้องถิ่น พร้อมระเบียงที่ประดับด้วยดอกไม้สีสันสดใสในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน

เนื่องจากพื้นที่ของเมืองตั้งอยู่ระหว่างภูเขาสูงกับทะเลสาบ ทำให้พื้นที่ก่อสร้างมีจำกัด บ้านหลายหลังจึงถูกสร้างลดหลั่นตามไหล่เขา เชื่อมต่อกันด้วยตรอกซอกซอยเล็ก ๆ และบันไดหิน ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบในการเดินสำรวจเมือง

ทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ (Hallstätter See)

Hallstätter See หรือทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียง ทะเลสาบมีน้ำใสและล้อมรอบด้วยภูเขา ในวันที่อากาศดี ผิวน้ำจะสะท้อนภาพภูเขาและบ้านเรือน ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่สวยงาม

นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นริมทะเลสาบ หรือเลือกนั่งเรือเพื่อชมหมู่บ้านจากมุมที่แตกต่าง ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับถ่ายภาพ เพราะแสงธรรมชาติช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับวิว

จุดชมวิว Hallstatt

หนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมเมื่อมาเที่ยวคือการหามุมชมวิวหมู่บ้านจากระยะไกล จากบางจุดจะสามารถมองเห็นบ้านเรือนที่เรียงตัวตามแนวทะเลสาบ พร้อมภูเขาที่ตั้งอยู่ด้านหลัง

ภาพมุมกว้างนี้เป็นภาพจำของ Hallstatt และเป็นเหตุผลที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องการมาเยือนด้วยตัวเอง หากต้องการถ่ายภาพ ควรเลือกช่วงที่มีแสงอ่อน เพื่อให้ได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติและมีมิติ

จัตุรัสกลางหมู่บ้าน

Marktplatz หรือจัตุรัสกลางหมู่บ้าน เป็นอีกหนึ่งจุดที่ควรแวะเมื่อมาเที่ยวฮัลล์สตัทท์ บริเวณจัตุรัสมีอาคารเก่าแก่ ร้านอาหาร และร้านค้าขนาดเล็ก

ตรงกลางพื้นที่มีรูปปั้น Holy Trinity ซึ่งเป็นจุดเด่นของจัตุรัส บรรยากาศบริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบ และเหมาะสำหรับการนั่งพักระหว่างเดินเที่ยว ในบางช่วงของปี พื้นที่จัตุรัสยังมีการจัดกิจกรรมตามเทศกาล ทำให้เมืองมีสีสันมากขึ้น

Bone House (Beinhaus) ความเชื่ออันเป็นเอกลักษณ์

หนึ่งในสถานที่ที่แปลกและน่าสนใจของฮัลส์สตัทท์คือ Bone House หรือสุสานกระดูก ภายในโบสถ์ St. Michael ซึ่งจัดแสดงกะโหลกศีรษะมนุษย์มากกว่า 600 กะโหลก

เนื่องจากพื้นที่ของเมืองมีจำกัด ชาวเมืองจึงขุดย้ายกระดูกของผู้เสียชีวิตหลังฝังศพหลายปี แล้วนำกะโหลกมาวาดลวดลายดอกไม้ พร้อมเขียนชื่อและวันที่เสียชีวิต ก่อนนำมาจัดเก็บไว้ภายในโบสถ์ ถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี

สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในฮัลส์สตัทท์

  • Hallstatt Skywalk หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองคือ Hallstatt Skywalk “Welterbeblick” หรือจุดชมวิวมรดกโลก ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาซัลซ์แบร์ก (Salzberg) จุดชมวิวแห่งนี้ยื่นออกจากหน้าผาสูงประมาณ 360 เมตร เหนือหมู่บ้าน นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวแบบ 360 องศา ครอบคลุมทะเลสาบ Hallstätter See เทือกเขาแอลป์ และหลังคาบ้านไม้โบราณที่เรียงรายอย่างสวยงาม ถือเป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของฮัลส์สตัทท์
  • เหมืองเกลือ Hallstatt Salt Mine ก่อนที่ฮัลส์สตัทท์จะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เมืองแห่งนี้รุ่งเรืองจากการทำเหมืองเกลือ ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 7,000 ปี และได้รับการยกย่องว่าเป็นเหมืองเกลือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถรางขึ้นภูเขาเพื่อเข้าชมเหมือง เรียนรู้ประวัติศาสตร์การทำเหมือง ทดลองสไลเดอร์ไม้ของคนงานเหมือง และชมทะเลสาบเกลือใต้ดินที่มีความสวยงามแปลกตา
  • ทะเลสาบ Hallstätter See ทะเลสาบ Hallstätter See มีความยาวประมาณ 8.5 กิโลเมตร น้ำใสสะอาดจนสะท้อนเงาของภูเขาและบ้าน เรือนได้อย่างชัดเจน กิจกรรมยอดนิยม ได้แก่
    • ล่องเรือชมวิว
    • พายเรือคายัด
    • เช่าเรือไฟฟ้า
    • นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเลสาบ
    • เดินเล่นริมทะเลสาบช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หลายคนยกให้วิวช่วงเช้าของฮัลส์สตัทท์เป็นหนึ่งในวิวที่สวยที่สุดของยุโรป เพราะหมอกบาง ๆ ลอยเหนือผิวน้ำ พร้อมแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงมายังหมู่บ้าน
  • Market Square จัตุรัสกลางเมืองเป็นศูนย์รวมร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก อาคารสีสันสดใสสไตล์ออสเตรียช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น เหมาะสำหรับนั่งพักและสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเมือง
  • Evangelical Church โบสถ์ลูเทอแรนริมทะเลสาบที่มีหอระฆังแหลม เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของหมู่บ้าน โบสถ์มีหอคอยสูงที่สามารถมองเห็นได้จากหลายมุมของเมือง ตัวอาคารตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบและบ้านเรือนเก่า จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพทิวทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Hallstatt และเป็นมุมถ่ายภาพยอดนิยมที่ปรากฏอยู่ในโปสการ์ดและนิตยสารท่องเที่ยวทั่วโลก

Hallstatt ในฤดูใบไม้ร่วง

ช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นอีกช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับ เที่ยวฮัลล์สตัทท์ ต้นไม้รอบทะเลสาบจะเริ่มเปลี่ยนสี ทำให้ภูเขามีเฉดสีที่หลากหลายมากขึ้น เมื่อสีของใบไม้สะท้อนบนผิวน้ำ จะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับทิวทัศน์ อากาศยังค่อนข้างเย็นสบาย จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวและถ่ายภาพ

เที่ยวฮัลล์สตัทท์

Hallstatt ในฤดูหนาว

ฤดูหนาวทำให้ฮัลล์สตัทท์มีบรรยากาศที่แตกต่างออกไป เมื่อหิมะตก บ้านเรือนและภูเขาโดยรอบจะถูกปกคลุมด้วยสีขาว หมู่บ้านริมทะเลสาบจะดูเงียบสงบและโรแมนติกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ช่วงฤดูหนาวมีสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบสภาพอากาศและเวลาเปิดให้บริการของสถานที่ท่องเที่ยวก่อนเดินทาง

ฮัลล์สตัทท์กับมรดกโลก

ภูมิภาค Hallstatt-Dachstein/Salzkammergut ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก พื้นที่ดังกล่าวมีคุณค่าทั้งด้านภูมิทัศน์ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

ความโดดเด่นของพื้นที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างชุมชนดั้งเดิม ภูเขา ทะเลสาบ และประวัติศาสตร์การทำเหมืองเกลือ จึงไม่น่าแปลกใจที่ Hallstatt กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

เที่ยวฮัลล์สตัทท์ช่วงไหนดี?

Hallstatt สามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่แต่ละฤดูกาลให้บรรยากาศแตกต่างกัน

  • ฤดูใบไม้ผลิเหมาะกับการชมธรรมชาติและดอกไม้
  • ฤดูร้อนมีช่วงกลางวันที่ยาว เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวและทำกิจกรรมริมทะเลสาบ
  • ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสีสันของใบไม้
  • ฤดูหนาวเหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศของหมู่บ้านท่ามกลางหิมะ

เคล็ดลับเที่ยว Hallstatt

หากต้องการสัมผัสบรรยากาศของหมู่บ้านอย่างเต็มที่ ควรเผื่อเวลาเดินเที่ยวหลายชั่วโมง แนะนำให้เดินชมบริเวณ Marktplatz โบสถ์ ริมทะเลสาบ และจุดชมวิวต่าง ๆ ควรสวมรองเท้าที่เดินสบาย เพราะถนนในหมู่บ้านมีทั้งทางลาดและพื้นหิน

หากต้องการขึ้น Skywalk หรือเหมืองเกลือ ควรตรวจสอบเวลาเปิดให้บริการล่วงหน้า นอกจากนี้ ควรเคารพพื้นที่ของชุมชนและไม่กีดขวางทางเดินขณะถ่ายภาพ เพราะ Hallstatt เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและบ้านของคนท้องถิ่น

สรุป เที่ยวฮัลล์สตัทท์ ออสเตรีย

เที่ยวฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) คือการเดินทางมาสัมผัสเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ จากบ้านเรือนริมทะเลสาบ ภูเขาสูง โบสถ์เก่าแก่ ไปจนถึงเหมืองเกลือ ทุกองค์ประกอบล้วนมีเรื่องราว บรรยากาศที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาลยังทำให้ Hallstatt สามารถกลับมาเที่ยวได้หลายครั้ง

⌖

ทัวร์แนะนำ

โปรแกรมทัวร์แนะนำสำหรับคุณ