แมทเธอร์ฮอร์น Matterhorn ยอดเขาในฝันแห่งสวิตเซอร์แลนด์
หากพูดถึงภูเขาที่เป็นภาพจำของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หนึ่งในชื่อที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้น แมทเธอร์ฮอร์น (Matterhorn) ยอดเขารูปทรงพีระมิดอันเป็นเอกลักษณ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือเมือง เซอร์แมท (Zermatt) ในแคว้นวาเลส์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ด้วยความสูงถึง 4,478 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และผนังหินที่ลาดชันทั้งสี่ด้าน ทำให้ Matterhorn กลายเป็นหนึ่งในยอดเขาที่มีชื่อเสียงและถูกถ่ายภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เสน่ห์ของ Matterhorn ไม่ได้อยู่ที่ความสูงเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่รูปทรงอันโดดเด่นและตำแหน่งที่แยกตัวออกจากยอดเขาโดยรอบ เมื่อมองจาก Zermatt หรือจุดชมวิวบนภูเขา จะเห็นยอดเขาทรงสามเหลี่ยมพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสง่างาม จนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของทั้งเมืองและประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ประวัติการพิชิต แมทเธอร์ฮอร์น Matterhorn
Matterhorn เป็นหนึ่งในยอดเขาที่มีชื่อเสียงและท้าทายที่สุดของเทือกเขาแอลป์ ด้วยความสูง 4,478 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และลักษณะภูมิประเทศที่มีผนังหินสูงชัน ทำให้การพิชิตยอดเขาแห่งนี้เคยเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของนักปีนเขาในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 19
หนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการพยายามพิชิต Matterhorn คือ นักปีนเขาชาวอังกฤษ Edward Whymper ซึ่งเดินทางมายังเทือกเขาแอลป์และพยายามขึ้นสู่ยอดเขาหลายครั้ง แต่ต้องเผชิญกับทั้งสภาพภูมิประเทศที่อันตราย เส้นทางลาดชัน และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การพิชิตยอดเขาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1865
วันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1865 ถือเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์การปีนเขา เมื่อคณะของ Edward Whymper สามารถขึ้นถึงยอด Matterhorn ได้สำเร็จ คณะดังกล่าวประกอบด้วย Edward Whymper, Charles Hudson, Lord Francis Douglas, Douglas Hadow และไกด์ชาวสวิส Peter Taugwalder กับบุตรชาย รวมทั้งหมด 7 คน
คณะนักปีนเขาเลือกใช้เส้นทางทางฝั่งสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ Hörnli Ridge และสามารถขึ้นถึงยอดได้ก่อนคณะนักปีนเขาชาวอิตาลีที่กำลังพยายามพิชิตจากอีกด้านหนึ่ง ความสำเร็จครั้งนี้จึงกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญในช่วงปลายของยุคทองแห่งการปีนเขาในเทือกเขาแอลป์
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จบนยอดเขากลับมาพร้อมกับโศกนาฏกรรม ระหว่างการเดินทางลงจากยอด Douglas Hadow เสียหลักและตกลงมา ส่งผลให้สมาชิกอีก 3 คน ได้แก่ Charles Hudson, Lord Francis Douglas และ Douglas Hadow เสียชีวิต ขณะที่ Edward Whymper และไกด์ตระกูล Taugwalder สามารถเดินทางกลับลงมาได้อย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจอย่างมากในวงการปีนเขา และกลายเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์การพิชิตเทือกเขาแอลป์
จุดเปลี่ยนสำคัญของการปีนเขา
การพิชิต Matterhorn ในปี ค.ศ. 1865 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์การปีนเขา เพราะแสดงให้เห็นว่ายอดเขาที่มีความสูงชันและเต็มไปด้วยความท้าทายสามารถพิชิตได้ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบ การเลือกเส้นทางที่เหมาะสม รวมถึงประสบการณ์และทักษะของนักปีนเขา
หลังจากการพิชิตครั้งแรก Matterhorn ได้รับความสนใจจากนักปีนเขาทั่วโลกมากขึ้น และ Hörnli Ridge ยังคงเป็นเส้นทางหลักสำหรับการขึ้นสู่ยอดเขาจากฝั่งสวิตเซอร์แลนด์ แม้ปัจจุบันจะมีอุปกรณ์และระบบความปลอดภัยที่ทันสมัยกว่าเดิม แต่การพิชิตยอด Matterhorn ยังคงเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยประสบการณ์ ทักษะ และการเตรียมตัวอย่างจริงจัง
Zermatt เมืองเล็กใต้เงา แมทเธอร์ฮอร์น Matterhorn
Zermatt เป็นเมืองตากอากาศบนเทือกเขาแอลป์ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา Matterhorn และถือเป็นฐานสำคัญสำหรับการเดินทางขึ้นไปสัมผัสภูเขาแห่งนี้ เมืองมีบรรยากาศแบบหมู่บ้านสวิส รายล้อมด้วยบ้านพักสไตล์ชาเลต์ ภูเขาสูง และธรรมชาติอันงดงาม
เสน่ห์ของ Zermatt อยู่ที่การผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตแบบเมืองภูเขาดั้งเดิมกับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า หรือเส้นทางท่องเที่ยวบนภูเขา ทำให้เมืองแห่งนี้สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี
ที่สำคัญ Zermatt ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการชม Matterhorn เพราะจากหลายจุดของเมืองสามารถมองเห็นยอดเขารูปทรงพีระมิดได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่แสงแดดเริ่มส่องกระทบยอดเขา เกิดเป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจ

Gornergrat จุดชม แมทเธอร์ฮอร์น Matterhorn แบบพาโนรามา
Gornergrat (กอร์เนอร์กรัท) เป็นหนึ่งในจุดชมวิวชื่อดังของ Zermatt และเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการชม Matterhorn พร้อมทิวทัศน์เทือกเขาแอลป์แบบพาโนรามา
Gornergrat ตั้งอยู่บนสันเขาที่ความสูงประมาณ 3,089 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล รายล้อมด้วยยอดเขาสูงกว่า 4,000 เมตรและธารน้ำแข็งที่ทอดยาวสุดสายตา ในวันที่สภาพอากาศเปิด นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภูมิทัศน์ของเทือกเขาแอลป์อย่างกว้างไกล และสามารถมองเห็น Matterhorn ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางภูเขาโดยรอบ

นั่งรถไฟเฟืองสู่ Gornergrat
หนึ่งในเสน่ห์ของการเดินทางขึ้น Gornergrat คือ Gornergrat Railway รถไฟเฟืองบนภูเขาที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1898 และกลายเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟชมวิวที่มีชื่อเสียงของสวิตเซอร์แลนด์
รถไฟออกเดินทางจากสถานี Zermatt ก่อนค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปตามแนวเทือกเขา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 33 นาที ระหว่างทางทิวทัศน์จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามระดับความสูง จากป่าสนและทุ่งหญ้าอัลไพน์ ไปสู่ภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหินและหิมะ
ไฮไลท์สำคัญคือระหว่างทางสามารถมองเห็น Matterhorn ปรากฏขึ้นเป็นฉากหลังอย่างโดดเด่น ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟไม่ใช่เพียงวิธีขึ้นไปยังจุดชมวิว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การชมธรรมชาติที่น่าประทับใจ
ชม แมทเธอร์ฮอร์น Matterhorn และยอดเขาแอลป์แบบพาโนรามา
เมื่อขึ้นมาถึง Gornergrat นักท่องเที่ยวจะได้พบกับทัศนียภาพแบบพาโนรามาที่เปิดกว้าง สามารถมองเห็นยอดเขาสูงกว่า 4,000 เมตรได้มากกว่า 20 ยอด ในวันที่อากาศแจ่มใส
นอกจากนี้ยังสามารถชม Gorner Glacier ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ทอดตัวอยู่เบื้องล่าง พร้อมกับ Matterhorn ที่ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้าม
ด้วยองค์ประกอบของภูเขา ธารน้ำแข็ง และท้องฟ้าที่กว้างไกล Gornergrat จึงเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดของ Zermatt โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่แสงแดดส่องกระทบยอดเขา ทำให้เกิดแสงและเงาที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับภูมิประเทศ
Riffelsee กับภาพสะท้อน Matterhorn
จาก Gornergrat ยังสามารถเดินทางต่อไปยังบริเวณ Riffelsee ทะเลสาบบนภูเขาที่มีชื่อเสียงจากภาพสะท้อนของ Matterhorn บนผิวน้ำ
ในวันที่อากาศสงบและผิวน้ำเรียบนิ่ง นักท่องเที่ยวอาจได้เห็นยอดเขารูปทรงพีระมิดสะท้อนลงบนทะเลสาบ กลายเป็นหนึ่งในภาพถ่ายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Zermatt
เส้นทางบริเวณ Riffelsee ยังเหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ทุ่งหญ้าอัลไพน์เปลี่ยนเป็นสีเขียวสดและมีดอกไม้ภูเขาเพิ่มสีสันให้กับภูมิประเทศ

Matterhorn สวยงามทุกฤดูกาล
Matterhorn ไม่ได้มีเสน่ห์เฉพาะในฤดูหนาวเท่านั้น แต่ยอดเขารูปทรงพีระมิดแห่งนี้สามารถมอบบรรยากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ทำให้ Zermatt เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถเดินทางมาเยือนได้ตลอดทั้งปี
ไม่ว่าจะเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีในฤดูร้อน สีสันอบอุ่นของฤดูใบไม้ร่วง หรือโลกสีขาวในช่วงฤดูหนาว ทุกช่วงเวลาล้วนมีเอกลักษณ์และความสวยงามในแบบของตัวเอง
ฤดูใบไม้ผลิ สดชื่นท่ามกลางธรรมชาติ
ช่วง ฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติรอบ Matterhorn เริ่มฟื้นคืนชีวิต หลังผ่านฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยหิมะ พื้นที่บางส่วนเริ่มเผยให้เห็นทุ่งหญ้าสีเขียวและดอกไม้ภูเขา ขณะที่บริเวณยอดเขาและพื้นที่สูงยังคงมีหิมะหลงเหลืออยู่
ความแตกต่างระหว่างสีเขียวของธรรมชาติกับสีขาวของหิมะบนเทือกเขาช่วยสร้างทัศนียภาพที่สวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศสงบและถ่ายภาพ Matterhorn ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างฤดูหนาวและฤดูร้อน
ฤดูร้อน ทุ่งหญ้าอัลไพน์และดอกไม้ภูเขา
ฤดูร้อน เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวชม Matterhorn เนื่องจากเส้นทางเดินเขาหลายแห่งเปิดให้บริการ และพื้นที่โดยรอบ Zermatt จะเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวและดอกไม้ภูเขา
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินตามเส้นทางธรรมชาติ ชมวิวภูเขา และแวะพักตามจุดชมวิวต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณ Riffelsee ที่ในวันที่อากาศดีและลมสงบ อาจได้เห็นภาพสะท้อนของ Matterhorn บนผิวน้ำ
อีกหนึ่งไฮไลท์คือการขึ้น Gornergrat เพื่อชม Matterhorn พร้อมยอดเขาแอลป์โดยรอบจากมุมสูง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เหมาะทั้งสำหรับผู้รักธรรมชาติและผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ
ฤดูใบไม้ร่วง สีสันอบอุ่นใต้เงา Matterhorn
เมื่อเข้าสู่ ฤดูใบไม้ร่วง ภูมิประเทศรอบ Zermatt จะเปลี่ยนเป็นเฉดสีเหลือง ส้ม และน้ำตาล โดยเฉพาะบริเวณป่าและต้นไม้ตามเส้นทางเดินเขา
สีสันอบอุ่นของธรรมชาติเมื่อตัดกับยอด Matterhorn ที่ยังคงโดดเด่นอยู่เบื้องหลัง ทำให้เกิดบรรยากาศที่โรแมนติกและมีเสน่ห์เป็นพิเศษ อีกทั้งแสงแดดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงยังช่วยสร้างมิติให้กับภูเขาและภูมิประเทศโดยรอบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพธรรมชาติ
ฤดูหนาว โลกสีขาวแห่งเทือกเขาแอลป์
ฤดูหนาว คือช่วงเวลาที่ Matterhorn และ Zermatt เปลี่ยนกลายเป็นดินแดนแห่งหิมะ ยอดเขาและภูมิประเทศโดยรอบถูกปกคลุมด้วยสีขาว สร้างทัศนียภาพราวกับภาพในโปสการ์ด
Zermatt ยังเป็นหนึ่งในแหล่งเล่นสกีชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนหิมะ พร้อมชม Matterhorn ที่ตั้งตระหง่านเหนือภูมิประเทศสีขาว
นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางขึ้นไปยัง Matterhorn Glacier Paradise ซึ่งตั้งอยู่บนความสูงกว่า 3,800 เมตร เพื่อสัมผัสโลกแห่งหิมะและธารน้ำแข็ง พร้อมชมทัศนียภาพของเทือกเขาแอลป์จากมุมสูง
ไม่ว่าจะมาเยือนในฤดูกาลใด Matterhorn ก็ยังคงความโดดเด่นและงดงามในแบบของตัวเอง ตั้งแต่ทุ่งหญ้าเขียวขจีและดอกไม้ในฤดูร้อน สีสันอบอุ่นในฤดูใบไม้ร่วง ไปจนถึงภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว
Matterhorn ยอดเขาในฝันที่ควรไปสัมผัสสักครั้ง
Matterhorn ไม่ได้เป็นเพียงยอดเขาสูง 4,478 เมตรที่มีรูปร่างโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์การพิชิตยอดเขาครั้งแรก ไปจนถึงเสน่ห์ของเมือง Zermatt และจุดชมวิวอย่าง Gornergrat และ Riffelsee
ไม่ว่าจะเลือกนั่งรถไฟเฟืองขึ้นสู่ Gornergrat เดินชมธรรมชาติรอบ Riffelsee หรือเพียงแค่เดินเล่นใน Zermatt พร้อมเงยหน้ามองยอด Matterhorn ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ทุกช่วงเวลาล้วนมอบความประทับใจที่แตกต่างกัน
Matterhorn จึงเป็นมากกว่ายอดเขาแห่งหนึ่งในเทือกเขาแอลป์ แต่เป็นภาพแทนความงดงามของสวิตเซอร์แลนด์ที่นักเดินทางทั่วโลกใฝ่ฝันอยากเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง และหากมีโอกาสเดินทางมาเยือนสวิตเซอร์แลนด์ เมือง Zermatt และ Matterhorn ก็คือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาด