เที่ยวโปรตุเกส 13 สถานที่ต้องห้ามพลาด แหล่งรวมมรดกโลก - Grazie Travel

เที่ยวโปรตุเกส 13 สถานที่ต้องห้ามพลาด แหล่งรวมมรดกโลก

by Grazie Travel

เที่ยวโปรตุเกส 13 สถานที่ต้องห้ามพลาด แหล่งรวมมรดกโลก

โปรตุเกส (Portugal) เป็นประเทศทางตะวันตกของคาบสมุทรไอบีเรียที่มีเสน่ห์ทั้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และธรรมชาติ โดยมีทั้งเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ แหล่งมรดกโลก อาคารสไตล์โปรตุกีสสีสันสวยงาม รวมถึงภูมิประเทศริมมหาสมุทรแอตแลนติกที่งดงาม ทำให้ เที่ยวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งเส้นทางยุโรปที่น่าสนใจสำหรับนักเดินทาง

โปรตุเกสยังมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับยุคแห่งการสำรวจทางทะเล โดยเฉพาะกรุงลิสบอน ซึ่งเป็นที่ตั้งของแลนด์มาร์กสำคัญหลายแห่งในย่าน Belém ขณะที่ทางตอนเหนืออย่างเมืองปอร์โต้ก็โดดเด่นด้วยเมืองเก่า แม่น้ำดูโร สะพานเก่าแก่ และวัฒนธรรมไวน์

เสน่ห์ของ เที่ยวโปรตุเกส คือการได้สัมผัสเมืองที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่ย่านประวัติศาสตร์ของลิสบอน อาคารกระเบื้องอะซูเลโฮสีสวยของปอร์โต้ ไปจนถึงพระราชวังบนภูเขาและชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก โดยบทความนี้รวบรวม 13 สถานที่น่าสนใจที่เหมาะสำหรับวางแผนเดินทางเที่ยวโปรตุเกสไว้ให้ครบทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และธรรมชาติ

1. วิหารเจอโรนิโม (Jerónimos Monastery)

วิหารเจอโรนิโม (Jerónimos Monastery) หรืออารามเจอโรนิโม ตั้งอยู่ในย่านเบเล็ม กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมสำคัญของโปรตุเกส และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ. 1983 โดยอยู่ในแหล่งมรดกโลกเดียวกับหอคอยเบเล็ม แหล่งมรดกแห่งนี้มีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากล ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และความเชื่อมโยงกับยุคแห่งการสำรวจทางทะเลของโปรตุเกส

อารามแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 ตามพระราชดำริของพระเจ้ามานูเอลที่ 1 เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของวาสโก ดา กามา (Vasco Da Gama) ในการเดินเรือไปยังอินเดีย การก่อสร้างได้รับเงินทุนส่วนหนึ่งจากภาษีการค้าสินค้าจากดินแดนโพ้นทะเล จึงสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของโปรตุเกสในยุคแห่งการสำรวจ และแสดงให้เห็นถึงบทบาทของอารามในฐานะอนุสรณ์สถานที่เชื่อมโยงศาสนา ราชวงศ์ และประวัติศาสตร์การเดินเรือเข้าด้วยกัน

สถาปัตยกรรมของวิหารเป็นแบบ มานูเอลีน (Manueline) ซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะของโปรตุเกสที่ผสมผสานองค์ประกอบแบบโกธิกตอนปลาย เรอเนซองส์ และศิลปะมัวร์ จุดเด่นคือการแกะสลักหินอย่างประณีต ทั้งลวดลายเชือกเรือ เครื่องมือเดินเรือ พืชพรรณ สัตว์ทะเล และสัญลักษณ์ทางศาสนา สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธา การเดินเรือ และอำนาจของราชวงศ์ ลักษณะทางศิลปกรรมอันโดดเด่นนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ยูเนสโกยกย่องสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของความคิดสร้างสรรค์ทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม

ภายในอารามมี โบสถ์ซานตามาเรีย เด เบเล็ม ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลุมศพของวาสโก ดา กามา (Vasco Da Gama) นักสำรวจผู้มีชื่อเสียง และนักกวี ลูอิส วาซ เดอ กาโมเอส (Luís Vaz de Camões) นอกจากนี้ยังมีระเบียงคดสองชั้นที่ตกแต่งอย่างงดงาม เสาหินและซุ้มโค้งแสดงฝีมือช่างชั้นสูง ทำให้อารามแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ประกอบศาสนกิจ อนุสรณ์แห่งยุคการสำรวจ และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโปรตุเกส ตามหลักการของยูเนสโก การอนุรักษ์อารามจึงมีความสำคัญต่อการรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมและความแท้ดั้งเดิมของสถานที่ให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป

2. หอคอยเบเล็ม (Torre de Belém)

หอคอยเบเล็ม (Torre de Belém) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำทากุส (Tagus) ในย่านเบเล็ม กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่สะท้อนถึงยุคแห่งการสำรวจทางทะเลของโปรตุเกส และเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก “อารามเจอโรนิโมและหอคอยเบเล็มในลิสบอน” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. 1983

หอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 ในรัชสมัยของพระเจ้ามานูเอลที่ 1 เพื่อทำหน้าที่เป็นป้อมปราการป้องกันทางเข้าเมืองลิสบอนบริเวณปากแม่น้ำทากุส นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการควบคุมการเดินเรือและปกป้องเมืองจากการโจมตีทางทะเล ทำให้หอคอยแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับช่วงเวลาที่โปรตุเกสเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านการเดินเรือของยุโรป

จุดเด่นของหอคอยเบเล็มคือสถาปัตยกรรมแบบ มานูเอลีน (Manueline) ซึ่งเป็นรูปแบบศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของโปรตุเกส ตัวอาคารตกแต่งด้วยลวดลายแกะสลักอย่างประณีต ทั้งเชือกเรือ สัญลักษณ์ทางทะเล โล่ตรา และองค์ประกอบจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมโกธิกและมัวร์ ทำให้หอคอยมีรูปลักษณ์โดดเด่นและแตกต่างจากป้อมปราการทั่วไป

บริเวณโดยรอบหอคอยยังเหมาะสำหรับการชมวิวแม่น้ำทากุสและบรรยากาศริมฝั่ง นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพหอคอยโดยมีแม่น้ำเป็นฉากหลัง หรือเดินเที่ยวต่อไปยังสถานที่สำคัญในย่านเบเล็ม เช่น วิหารเจอโรนิโม (Jerónimos Monastery) และ อนุสาวรีย์แห่งการค้นพบ (Monument to the Discoveries) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกัน

หอคอยเบเล็มจึงไม่ได้เป็นเพียงอาคารเก่าแก่ริมแม่น้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของโปรตุเกสในยุคแห่งการเดินเรือและการสำรวจดินแดนใหม่ ๆ ได้อย่างชัดเจน การมาเยือนสถานที่แห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และเรื่องราวการเดินเรือของโปรตุเกส

3. อนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ (Monument to the Discoveries)

อนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ หรือ “Padrão dos Descobrimentos” เป็นอนุสาวรีย์สำคัญริมแม่น้ำตากุสในกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงยุคแห่งการสำรวจทางทะเลของโปรตุเกส โดยเฉพาะในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15–16 ซึ่งเป็นยุคที่นักเดินเรือชาวโปรตุเกสออกสำรวจเส้นทางใหม่ไปยังแอฟริกา เอเชีย และดินแดนอื่น ๆ

อนุสาวรีย์แห่งนี้มีรูปร่างคล้ายหัวเรือขนาดใหญ่ หันหน้าออกสู่แม่น้ำตากุส ด้านหน้าสุดเป็นรูปเจ้าชายเฮนรีนักเดินเรือ ผู้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการสำรวจทางทะเลของโปรตุเกส ส่วนด้านข้างมีรูปบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เช่น นักเดินเรือ นักทำแผนที่ นักเผยแผ่ศาสนา และนักวิชาการ รวมทั้งหมด 33 รูป

อนุสาวรีย์ดั้งเดิมสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1940 เพื่อร่วมงานนิทรรศการฉลองครบรอบ 800 ปีการก่อตั้งประเทศโปรตุเกส และครบรอบ 300 ปีการฟื้นฟูเอกราช ต่อมาอนุสาวรีย์ถาวรในรูปแบบปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่และเปิดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1960 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 500 ปีการเสียชีวิตของเจ้าชายเฮนรีนักเดินเรือ

ภายในอนุสาวรีย์มีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสำรวจทางทะเลของโปรตุเกส นักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน เพื่อชมทัศนียภาพของแม่น้ำตากุส ย่านเบเล็ง และสถานที่สำคัญโดยรอบ เช่น หอคอยเบเล็งและอารามเจโรนิโมส

บริเวณด้านหน้าอนุสาวรีย์มีแผนที่โลกทำจากหินโมเสก แสดงเส้นทางการเดินเรือและดินแดนต่าง ๆ ที่โปรตุเกสค้นพบหรือสำรวจในอดีต สถานที่แห่งนี้จึงเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และจุดท่องเที่ยวสำคัญของกรุงลิสบอน อย่างไรก็ตาม การนำเสนอประวัติศาสตร์ของอนุสาวรีย์ยังสะท้อนมุมมองของยุคจักรวรรดินิยม จึงควรศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับผลกระทบต่อชนพื้นเมืองและดินแดนที่ถูกสำรวจควบคู่กันไปด้วย

4. สะพาน 25 เดอ อาบริล (Ponte 25 de Abril Bridge)

สะพาน 25 เดอ อาบริล หรือ Ponte 25 de Abril เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นของกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส สะพานแขวนขนาดใหญ่แห่งนี้ทอดข้ามแม่น้ำตากุส (Tagus) เชื่อมกรุงลิสบอนกับเมืองอัลมาดา (Almada) ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำ และเป็นอีกหนึ่งภาพจำของเมืองที่นักท่องเที่ยวมักพบเห็นเมื่อมาเยือนลิสบอน

สะพานแห่งนี้เปิดใช้งานในปี ค.ศ. 1966 เดิมใช้ชื่อว่า Ponte sobre o Tejo ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Ponte 25 de Abril ในปี ค.ศ. 1974 เพื่อรำลึกถึงวันที่ 25 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่เกิดการปฏิวัติคาร์เนชั่น (Carnation Revolution) เหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการสิ้นสุดระบอบเผด็จการในโปรตุเกส

ด้วยโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่และสีแดงเข้ม ทำให้สะพาน 25 เมษายนมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นจนมักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Golden Gate Bridge ในซานฟรานซิสโก สะพานมีทั้งเส้นทางสำหรับรถยนต์และทางรถไฟ จึงมีบทบาทสำคัญต่อการเดินทางระหว่างสองฝั่งของแม่น้ำตากุส

บริเวณริมแม่น้ำและย่านเบเล็มเป็นจุดที่เหมาะสำหรับชมสะพานจากระยะไกล นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพสะพานโดยมีแม่น้ำตากุสเป็นฉากหน้า โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์เริ่มเปลี่ยนสี บรรยากาศโดยรอบจะสวยงามและเหมาะกับการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก

สะพาน 25 เมษายนยังตั้งอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของลิสบอน เช่น วิหารเจอโรนิโม หอคอยเบเล็ม และอนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ จึงสามารถจัดรวมไว้ในเส้นทางเที่ยวเมืองได้อย่างสะดวก

สะพาน 25 เมษายนจึงไม่ได้เป็นเพียงสะพานข้ามแม่น้ำที่มีความโดดเด่นทางวิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และภาพลักษณ์ของกรุงลิสบอน หากมาเที่ยวโปรตุเกส การแวะชมสะพานแห่งนี้จากริมแม่น้ำตากุสก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มการเดินทางได้เป็นอย่างดี

5. ร้าน Pastéis de Belém

ร้าน Pastéis de Belém เป็นหนึ่งในร้านขนมชื่อดังของกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส และมีชื่อเสียงจาก Pastéis de Nata หรือทาร์ตไข่โปรตุเกส ขนมยอดนิยมที่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ด้านอาหารของประเทศ

ร้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านเบเล็ม ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง วิหารเจอโรนิโม (Jerónimos Monastery) และ หอคอยเบเล็ม (Torre de Belém) จึงเหมาะสำหรับแวะพักและลิ้มลองขนมท้องถิ่นระหว่างเที่ยวชมย่านประวัติศาสตร์

Pastéis de Nata มีลักษณะเป็นแป้งพัฟบางกรอบ ด้านในเป็นไส้คัสตาร์ดเนื้อนุ่มหอมหวาน เมื่ออบจนได้ที่ ผิวด้านบนจะมีสีเหลืองทองและเกิดรอยไหม้เล็กน้อย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของขนมชนิดนี้ โดยมักรับประทานแบบอุ่น ๆ และสามารถโรยอบเชยหรือน้ำตาลไอซิ่งเพิ่มรสชาติได้

จุดเด่นของ Pastéis de Belém คือสูตรการทำขนมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับอารามเจอโรนิโม ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ทำให้การแวะชิมขนมที่ร้านแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรับประทานอาหาร แต่ยังเป็นการสัมผัสส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

ภายในร้านมีพื้นที่กว้างและตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบดั้งเดิม นักท่องเที่ยวสามารถเลือกนั่งรับประทานขนมและเครื่องดื่ม หรือซื้อกลับเป็นของฝากได้ บรรยากาศของร้านจึงเหมาะทั้งสำหรับการพักระหว่างเดินเที่ยวและการสัมผัสวิถีชีวิตของคนในลิสบอน

Pastéis de Belém จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมา เที่ยวโปรตุเกส โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลองชิม Pastéis de Nata ในย่านต้นกำเนิดและสัมผัสเสน่ห์ของย่านเบเล็มไปพร้อมกัน

6. เมืองปอร์โต้ (Porto)

ปอร์โต้ (Porto) เป็นเมืองสำคัญทางตอนเหนือของโปรตุเกส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำดูว์โร และมีชื่อเสียงจากย่านเมืองเก่า อาคารสีสันสดใส และไวน์ปอร์โต้

บริเวณ ริเบรา (Ribeira) เป็นหนึ่งในย่านที่มีเสน่ห์ที่สุดของเมือง อาคารเก่าเรียงตัวตามแนวแม่น้ำดูว์โร ทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำคือ Vila Nova de Gaia ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของการเก็บและผลิตไวน์ปอร์โต้

ปอร์โต้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1996 และเป็นเมืองที่เหมาะกับการเดินชมเมืองเก่า ชิมอาหารท้องถิ่น และสัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำ

7. สะพาน Ponte Luís I

สะพาน Ponte Luís I (Dom Luís I Bridge) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส สะพานเหล็กขนาดใหญ่ทอดข้ามแม่น้ำดูโร (Douro River) เชื่อมเมืองปอร์โต้กับเมืองวีลาโนวาดีกายา (Vila Nova de Gaia) ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของการผลิตและเก็บไวน์พอร์ต

สะพานแห่งนี้เปิดใช้งานในปี ค.ศ. 1886 และออกแบบโดยวิศวกรชาวเบลเยียม ธีโอฟิลเลีย ไซริก (Théophile Seyrig) โครงสร้างโดดเด่นด้วยซุ้มโค้งเหล็กขนาดใหญ่และทางสัญจรสองระดับ ทำให้สะพานมีรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์และกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำของเมืองปอร์โต้

บริเวณสะพานสามารถชมทัศนียภาพของแม่น้ำดูโรและย่านเมืองเก่าที่มีอาคารหลากสีเรียงตัวตามแนวเนินเขา โดยเฉพาะจากทางเดินบนระดับสูงของสะพาน ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวของปอร์โต้และวีลาโนวาดีกายาได้อย่างกว้างไกล

นักท่องเที่ยวสามารถเดินข้ามสะพานเพื่อสัมผัสบรรยากาศของเมืองจากมุมสูง หรือเดินทางต่อไปยังฝั่งวีลาโนวาดีกายาเพื่อเยี่ยมชมโรงบ่มไวน์พอร์ต นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบยังเหมาะสำหรับการถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์ตกกระทบอาคารริมแม่น้ำและสะพานเหล็ก

Ponte Luís I จึงเป็นมากกว่าสะพานข้ามแม่น้ำ เพราะเป็นทั้งผลงานทางวิศวกรรม สัญลักษณ์ของเมือง และจุดชมวิวที่ช่วยให้เห็นเสน่ห์ของปอร์โต้ได้อย่างชัดเจน หากมาเที่ยวโปรตุเกสและมีโอกาสเยือนปอร์โต้ การเดินชมสะพานแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด หากมา เที่ยวโปรตุเกส และมีโอกาสเยือนปอร์โต้ การเดินชมสะพานแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด

8. ล่องเรือชมแม่น้ำดูโร

ล่องเรือชมแม่น้ำดูโร (Douro River Cruise) เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเมืองปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส เพราะเป็นวิธีที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองและชมทิวทัศน์ริมแม่น้ำจากมุมมองที่แตกต่างออกไป

ระหว่างล่องเรือ นักท่องเที่ยวจะได้ชมอาคารเก่าแก่สีสันสดใสของย่าน Ribeira ที่ตั้งเรียงรายตามแนวแม่น้ำ รวมถึงสะพานสำคัญของเมืองอย่าง Ponte Luís I ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดของปอร์โต้

แม่น้ำดูโรยังมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไวน์พอร์ต บริเวณเมือง Vila Nova de Gaia ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ เป็นที่ตั้งของโรงบ่มและเก็บไวน์พอร์ตชื่อดังหลายแห่ง นักท่องเที่ยวจึงสามารถชมทิวทัศน์ของเมืองไปพร้อมกับเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมไวน์ของโปรตุเกส

การล่องเรือมีหลายเส้นทางให้เลือก ตั้งแต่การล่องเรือระยะสั้นเพื่อชมเมืองและสะพาน ไปจนถึงเส้นทางที่เดินทางออกไปตามหุบเขาดูโร ซึ่งจะได้เห็นไร่องุ่นที่ปลูกเรียงตัวตามแนวเนินเขาและภูมิประเทศอันงดงามของภูมิภาค

ช่วงเย็นเป็นอีกช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการล่องเรือ เพราะแสงอาทิตย์จะช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นเหนือแม่น้ำและอาคารริมฝั่ง เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและพักผ่อนแบบสบาย ๆ

9. จัตุรัสอาเลียโดส (Praça dos Aliados)

จัตุรัสอาเลียโดส (Praça dos Aliados) เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส รายล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรมอันงดงาม โดยเฉพาะศาลาว่าการเมืองปอร์โตที่ตั้งเด่นอยู่ทางตอนเหนือของจัตุรัส พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางสำคัญของเมือง ใช้จัดงานเฉลิมฉลอง เทศกาล และกิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ

จัตุรัสแห่งนี้มีชื่อมาจากพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และได้รับการออกแบบให้มีถนนกว้าง ลานเปิดโล่ง และอาคารสไตล์นีโอคลาสสิกผสมอาร์ตนูโว นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสถาปัตยกรรม ถ่ายภาพ หรือเชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญใกล้เคียง เช่น สถานีรถไฟ São Bento และหอคอย Clérigos ได้อย่างสะดวก

10. สถานีรถไฟ São Bento

สถานีรถไฟ São Bento เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของเมืองปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส แม้จะเป็นสถานีรถไฟที่ใช้งานจริง แต่สิ่งที่ทำให้สถานีแห่งนี้โดดเด่นคือความงดงามของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในด้วยกระเบื้อง Azulejo ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของศิลปะโปรตุเกส

อาคารสถานีสร้างขึ้นบนพื้นที่ของอาราม São Bento de Avé-Maria เดิม และเปิดใช้งานในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตัวอาคารด้านนอกมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะฝรั่งเศส ขณะที่ภายในบริเวณโถงกลางมีผนังประดับด้วยกระเบื้อง Azulejo สีน้ำเงินและสีขาวจำนวนหลายพันแผ่น

ภาพบนกระเบื้องไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวสำคัญของโปรตุเกส ทั้งเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ฉากการเดินทาง และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องราวของประเทศผ่านงานศิลปะได้ในเวลาเดียวกัน

สถานี São Bento ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปอร์โต้ จึงสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ ได้อย่างสะดวก เช่น จัตุรัสอาเลียโดส (Praça dos Aliados) หอคอย Clérigos และย่านเมืองเก่า นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับแวะถ่ายภาพบริเวณโถงสถานีที่มีรายละเอียดของกระเบื้องอันงดงาม

11. มหาวิหารแห่งปอร์โต (Sé do Porto)

มหาวิหารแห่งปอร์โต (Sé do Porto) เป็นหนึ่งในศาสนสถานสำคัญและเก่าแก่ที่สุดของเมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส ตั้งอยู่บนเนินเขาในย่านเมืองเก่า ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำดูโรและอาคารบ้านเรือนโดยรอบได้อย่างงดงาม

มหาวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมหลักเป็นโรมาเนสก์ ต่อมาได้รับการปรับปรุงและต่อเติมหลายครั้ง จึงผสมผสานองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมโกทิกและบาโรกเข้าด้วยกัน ภายนอกมีลักษณะคล้ายป้อมปราการ มีหอคอยคู่และกำแพงหินขนาดใหญ่ สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิหารทั้งในฐานะศูนย์กลางทางศาสนาและสถานที่ป้องกันเมืองในอดีต

จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดคือระเบียงทางเดินภายในซึ่งตกแต่งด้วยกระเบื้องอาซูเลฌูสีฟ้าและขาว บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนาและเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ได้อย่างประณีต นอกจากนี้ ภายในมหาวิหารยังมีแท่นบูชา โบสถ์น้อย และงานศิลปะทางศาสนาที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองปอร์โต

บริเวณด้านหน้ามหาวิหารเป็นลานกว้างที่สามารถชมทัศนียภาพของเมืองได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวมักแวะเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้เพื่อสัมผัสบรรยากาศของเมืองเก่าปอร์โต เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมโปรตุเกสในอดีต

12. ถนน Santa Catarina

ถนน Santa Catarina เป็นหนึ่งในถนนสายสำคัญใจกลางเมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส และเป็นย่านยอดนิยมสำหรับการเดินเล่น ช้อปปิ้ง และสัมผัสบรรยากาศของเมืองอย่างใกล้ชิด ถนนสายนี้มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และอาคารเก่าแก่ที่สะท้อนเสน่ห์ของเมืองปอร์โตได้อย่างลงตัว

ตลอดสองข้างทาง นักท่องเที่ยวจะได้พบกับร้านค้าแบรนด์ต่าง ๆ รวมถึงร้านขายสินค้าท้องถิ่นและของที่ระลึก ทำให้ Santa Catarina เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับผู้ที่ต้องการเลือกซื้อสินค้าในบรรยากาศคึกคักของเมือง นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้แวะพักระหว่างการเดินเที่ยวอีกด้วย

หนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงบนถนนสายนี้คือ Café Majestic คาเฟ่เก่าแก่ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์อาร์ตนูโว (Art Nouveau) อันงดงาม ภายในมีบรรยากาศคลาสสิก เหมาะสำหรับนั่งพักและสัมผัสบรรยากาศของปอร์โตในอีกมุมหนึ่ง

13. แหลมโรก้า (Cabo da Roca)

แหลมโรก้า (Cabo da Roca) เป็นหนึ่งในจุดหมายธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของโปรตุเกส ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ใกล้เมืองซินตรา (Sintra) และอยู่ไม่ไกลจากกรุงลิสบอน ด้วยภูมิประเทศที่เป็นหน้าผาสูงริมทะเล ทำให้ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและเหมาะสำหรับการสัมผัสบรรยากาศของชายฝั่งโปรตุเกส

Cabo da Roca มีชื่อเสียงในฐานะจุดที่อยู่ทางตะวันตกสุดของแผ่นดินใหญ่ยุโรป โดยบริเวณจุดชมวิวมีอนุสาวรีย์หินพร้อมไม้กางเขนตั้งอยู่บนพื้นที่ริมหน้าผา และมีข้อความจากบทประพันธ์ของ Luís de Camões ที่กล่าวถึงสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นจุดที่แผ่นดินสิ้นสุดและทะเลเริ่มต้น

ทิวทัศน์โดยรอบเป็นหน้าผาสูงตัดกับมหาสมุทรแอตแลนติกสีฟ้า เมื่อมองออกไปจะเห็นเส้นขอบฟ้ากว้างไกลสุดสายตา ส่วนบริเวณหน้าผามีพืชพรรณชายฝั่งและประภาคาร Cabo da Roca ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับภูมิทัศน์

ช่วงที่มีอากาศแจ่มใสเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการชมวิวและถ่ายภาพ เพราะสามารถมองเห็นแนวชายฝั่งและมหาสมุทรได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม บริเวณหน้าผามีลมค่อนข้างแรง นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังและอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้เพื่อความปลอดภัย

Cabo da Roca จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่มาเที่ยวโปรตุเกส โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ วิวทะเล และการถ่ายภาพ เพราะที่นี่มอบทัศนียภาพของมหาสมุทรแอตแลนติกและชายฝั่งโปรตุเกสได้อย่างน่าประทับใจ

เที่ยวโปรตุเกส สัมผัสเสน่ห์ยุโรปตะวันตกในทริปเดียว

เที่ยวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่รวมความหลากหลายเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมอันงดงามในกรุงลิสบอน แลนด์มาร์กริมแม่น้ำ Tagus ไปจนถึงเมืองเก่าปอร์โต้ที่มีเสน่ห์ริมแม่น้ำ Douro

หากชื่นชอบประวัติศาสตร์ สามารถเที่ยวชม Jerónimos Monastery, Torre de Belém และ Sé do Porto หากชอบบรรยากาศเมืองเก่าและการถ่ายภาพก็ไม่ควรพลาด Ribeira, Ponte Luís I และ São Bento ส่วนผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติควรเพิ่ม Cabo da Roca เข้าไว้ในเส้นทาง

ด้วยความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม ทำให้ โปรตุเกสเป็นประเทศที่เหมาะสำหรับการเดินทางไปสัมผัสยุโรปในมุมที่แตกต่าง และทั้ง 13 สถานที่นี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการวางแผนเที่ยวโปรตุเกสครั้งแรกได้เป็นอย่างดี

⌖

ทัวร์แนะนำ

โปรแกรมทัวร์แนะนำสำหรับคุณ