บูดาเปสต์ ฮังการี มหานครโรแมนติกแห่งแม่น้ำดานูบ - Grazie Travel

บูดาเปสต์ ฮังการี มหานครโรแมนติกแห่งแม่น้ำดานูบ

by Grazie Travel

บูดาเปสต์ (Budapest) เมือง “บูดา” กับเมือง “เปสต์” รวมกันเมื่อปี 1873 บูดาเปสต์นั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่มีความงดงามติดอันดับโลก จนได้รับสมญานามว่า “บูดาเปสต์ ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ด้วยเพราะทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ จุดเริ่มต้นแม่น้ำดานูบไหลจากป่าดำไปทางทิศตะวันออกผ่านเมืองหลวงและเมืองสำคัญๆ ของประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันตกและยุโรปตะวันออก ก่อนที่จะไหลผ่านดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำดานูบ และแยกลงสู่ทะเลดำที่ประเทศโรมาเนียและยูเครน แม่น้ำดานูบเป็นทางน้ำที่สำคัญหลายประเทศหลายศตวรรษจวบจนกระทั่งปัจจุบัน ในประวัติศาสตร์เคยเป็นปราการที่สำคัญของอาณาจักรโรมัน แม่น้ำดานูบไหลผ่านและเป็นเส้นแบ่งอาณาเขตของ 10 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย สโลวาเกีย ฮังการีโครเอเชีย เซอร์เบีย บัลแกเรีย โรมาเนีย มอลโดวา ยูเครน  เมืองบูดาเปสต์เป็นเมืองอีกหนึ่งเมืองที่ไม่ควรพลาดเพราะความสวยงามชวนหน้าหลงใหล  สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก   สถาปัตยกรรมในเมืองบูดาเปสต์ มีการผสมผสานทั้งสถาปัตยกรรมรูปแบบเก่าและแบบสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกัน เป็นศูนย์กลางการปกครอง อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการคมนาคมขนส่งของประเทศ ปัจจุบันบูดาเปสต์เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ของสหภาพยุโรป กลายเป็นเมืองเดี่ยวที่มีอาณาเขตครอบคลุมทั้งสองฝั่งแม่น้ำ ประกอบด้วย เมืองบูดา (Buda) ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำดานูบ (Danube) และเปสต์ (Pest) บนฝั่งตะวันออก  ทั้งสองฝั่งเชื่อมกันด้วยสะพานหลายแห่งที่ออกแบบได้สวยงามมากเช่น Chain Bridge, Liberty Bridge (Szabadsag hid), Margaret Bridge, Elisabeth Bridge, Petofi Bridge สะพานที่ได้รับความชมมากที่สุดหนีไม่พ้นสะพานเชน (Chain Bridge)

สะพานเชน  (Chain Bridge)

สะพานเชน  (Chain Bridge) แต่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็น “สะพานโซ่” เป็นสัญลักษณ์แห่งหนึ่งของบูดาเปสต์ มีลักษณะเป็นสะพานโซ่ขนาดใหญ่ที่เชื่อมระหว่างฝั่งบูดาและฝั่งเปสต์ เป็นหนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในยุโรป ที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ มีความยาวทั้งหมด 375 เมตร กว้าง14.8 เมตร เริ่มการก่อสร้าง ค.ศ. 1840   ออกแบบโดยวิศวกรชาวอังกฤษ William Tierney Clark และสร้างโดย Adam Clarkวิศวกรชาวสก็อตซึ่งเป็นสะพานถาวรแห่งแรกที่ข้ามแม่น้ำดานูบ ซึ่งเหล็กและวัสดุทั้งหมดได้นำมาจากประเทศอังกฤษทั้งสิ้น สะพานแห่งนี้เปิดใช้งานในปี ค.ศ. 1849 ที่คอสะพานเชนมีรูปปั้นหินแกะสลักรูปสิงโตนอนหมอบอยู่ทั้งสองข้าง  หรือถ้าใครอยากชมความงามในยามค่ำคืน เมืองแห่งนี้จะส่องประกายระยิบระยับไปด้วยแสงไฟอันมากมาย เกิดเป็นเงาสะท้อนบนผืนน้ำ เป็นภาพที่สวยงามเกินบรรยายได้

ป้อมชาวประมง Fisherman’s Bastion

ป้อมชาวประมง Fisherman’s Bastion เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม  ป้อมปราการสีขาวสไตล์นีโอโกธิค สร้างขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 20  โดยออกแบบและก่อสร้าง Frigyes  Schulek  สถาปนิกได้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของชนเผ่าแมกยาร์ทั้ง  7 เผ่าชาวประมงที่เสียสละชีวิต เพื่อปกป้องบ้านเมืองแห่งนี้ไว้ให้รอดพ้นจากการรุกรานของพวกมองโกล บริเวณป้อมปราการประกอบด้วยหอคอยสังเกตการณ์ 7 หอ ป้อมปราการนี้จะตั้งตระหง่านอยู่บนสุดของ Castle Hill ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำดานูบ สะพานเชน และอาคารรัฐสภาฮังการีแบบพาโนรามา บนแนวกำแพงงดงามเหมือนกับปราสาทในเทพนิยาย และใก้ลเคียงยังมีโบสถ์แมทเทียส

             โบสถ์แมทเทียส (Matthias Church)

โบสถ์แมทเทียส (Matthias Church) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามและมีชื่อเสียงที่ห้ามพลาด สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี โดยสถาปัตยกรรมของโบสถ์แมทเทียสนั้น เป็นการผสมผสานกันของทั้งศิลปะโกธิค, นีโอโกธิค, อาร์ตนูโว และไบแซนไทน์เป็นโบสถ์ใหญ่เก่าแก่อายุ 700 ปี ที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โบถส์แห่งนี้ตั้งชื่อตามพระนามของกษัตริย์แมทเทียส กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฮังการี เมื่ออดีตโบสถ์แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีเถลิงราชสมบัติของกษัตริย์แห่งฮังการี แต่ในช่วงที่ฮังการีถูกรุกรานจากกองทัพเติร์ก สมบัติส่วนใหญ่ถูกขนออกไปและถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นมัสยิส หลักของเมืองภายใต้การปกครองของตุรกีในปี ค.ศ. 1541 และในช่วงสงครามขับไล่กองทัพเติร์ก โบสถ์แมนเทียสได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก กระทั่งเมื่อสงครามสงบลงจึงมีการบูรณะโบสถ์แมทเทียสให้กลับมายิ่งใหญ่และงดงามดังเดิม มีหลังคาสลับสีอันสวยงามตามสไตล์นีโอ-โกธิก ส่วนด้านโบสถ์ประดับประดาไปด้วยภาพเขียนสี และกระจกสีที่บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนาที่แสนงดงาม และยังมี อนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 ปฐมกษัตริย์ของชาวแมกย่าร์ ตั้งเด่นเป็นสง่าให้ได้ชมกันเป็นอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้าผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่11

จัตุรัสวีรชน (Heroes’ Square)

จัตุรัสวีรชน (Heroes’ Square) ตั้งอยู่บนย่าน Andrássy Avenue อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งอาณาจักรฮังการีครบรอบหนึ่งพันปีออกเเบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง Albert Schickedanz เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดของเมืองบูดาเปสต์ บนยอดเสาหลักคือเทวทูตกาเบรียล (Gabriel) เป็นผลงานของ György Zala  มือข้างหนึ่งถือมงกุฎมีความสูง 36 เมตร  อันเป็นสัญลักษณ์ของคริสตจักรโรมันคาธอลิกรอบเสาสูงเป็นที่ตั้งของรูปหล่อของบรรพบุรุษชาวแมกยาร์ทั้ง 7 เผ่า ที่ร่วมกันก่อตั้งอาณาจักรฮังการีขึ้นเมื่อคริสตศวรรษที่ 9 นอกจากนี้ยังมีเสาระเบียงโดยรอบ ที่ประดับประดาไปด้วยรูปหล่อของบุคคลสำคัญของฮังการี ไม่ว่าจะเป็นอดีตกษัตริย์ นักปราชญ์ และบุคคลในประวัติศาสตร์ของฮังการี ทั้งหมด 14 รูปปั้น

Gellert Hill

ป้อมปราการซิดาเตลล่า บนเนินเขา Gellert Hill ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สูง และสวยที่สุดของ กรุงบูดาเปสต์ เราจะได้สัมผัสกับวิวแบบพาโนรามาของกรุงบูดาเปสต์

อนุสาวรีย์ชิตทาเดลล่า(Cittadella)

อนุสาวรีย์ชิตทาเดลล่า(Cittadella) เทพีถือใบมะกอก หรือที่รู้จักกันในนามของเทพีเสรีภาพของประเทศฮังการี สร้างขึ้นในปี 1947 สูงประมาณ 40 เมตร เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการปลดปล่อยของทหารรัสเชียที่เป็นอิสระจากระบบ ‘นาซี’ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การขึ้นไปเที่ยวชมความสวยงามของกรุงบูดาเปสต์บนเนินเขาเกลเลิร์ต สามารถเดินทางได้ 2 วิธี คือโดยทางรถ หรืออีกวิธีคือ การเดิน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที การเดินขึ้นเขา

ล่องเรือชมความงามของแม่น้ำดานูบ

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการล่องเรือชมความงามของแม่น้ำดานูบ ในช่วงที่เราล่องเรือ จะเห็น วิว 2 ฝั่งแม่น้ำ ที่เราจะสังเกตเห็น อาทิเช่น อาคารรัฐสภาฮังการี (Hungarian Parliament), ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion), สะพานแขวน Széchenyi Chain Bridge, โบสถ์ Matthias, อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ในขณะที่ล่องเรือเราจะเห็นเกาะมาร์กาเรต (Margaret Island) ตั้งอยู่กลางแม่น้ำดานูบ ปกคลุมด้วยสวนสาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ หากสนใจจะสำรวจรอบเกาะสามารถหารถเช่าบริเวณนั้น หรือจะวิ่งออกกำลังกายได้เช่นกันมีความยาว 2.5 กม.

ฝั่งแม่น้ำดานูบอยู่หน้าอาคารรัฐสภาฮังการี มีรองเท้าเหล็ก ประมาณ 60 คู่ หัวรองเท้าชี้ไปที่แม่น้ำ ที่เป็นอนุสรณ์สำหรับการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวที่ต้องถอดรองเท้าทิ้งไว้ริมแม่น้ำเนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณค่าในช่วงสงครามก่อนที่พวกเขาจะถูกยิงจนร่างร่วงลงไปในแม่น้ำ

เมนูที่ห้ามพลาดเมื่อมาฮังการี

ซุปกูราซ เป็นซุปเนื้อสัตว์และผักที่ปรุงรสด้วยพริกปาปริกาเป็นหลักและเครื่องเทศอื่น ๆต้นกำเนิดมาจากฮังการีในสมัยกลาง กูราซ โดยทั่วไปนิยมปรุงในรูปแบบซุปหมักทำจากเนื้อวัว เนื้อหมู หรือเนื้อแกะ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม คลุกเคล้ากับเกลือ นำไปทอดกับหอมใหญ่หั่นเป็นแว่น แล้วเคี่ยวไฟอ่อนๆ ในน้ำซุป ใส่มะเขือเทศ และผักที่ชอบ เช่น เซเลอรี มันฝรั่ง แครอท พริกหวาน อาจเพิ่มความหอมโดยใส่เครื่องเทศ เช่น ใบกระวาน และใบไทม์ลงไปด้วย แล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ปรุงรสด้วยพริกป่นปาปริกา (Paprika) ซึ่งไม่มีรสเผ็ด