เที่ยวโรม (Rome) อิตาลี มหานครแห่งประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่
เที่ยวโรม (Rome) คือการเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์ของหนึ่งในเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุดของโลก กรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นอดีตศูนย์กลางของจักรวรรดิโรมัน และเป็นเมืองที่ผสมผสานโบราณสถาน ศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมเข้ากับชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ภายในเมืองเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญระดับโลก ตั้งแต่โคลอสเซียม น้ำพุเทรวี และวิหารแพนธีออน ไปจนถึงนครรัฐวาติกัน ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม
เสน่ห์ของโรมไม่ได้อยู่เพียงความเก่าแก่ แต่ยังอยู่ที่เรื่องราวซึ่งซ่อนอยู่ตามถนน จัตุรัส น้ำพุ และอาคารสำคัญต่าง ๆ การมาเยือนเมืองนี้จึงเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่หลงใหลประวัติศาสตร์ คนรักศิลปะ และนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบอิตาลีอย่างแท้จริง

กรุงโรม เมืองหลวงแห่งประวัติศาสตร์อิตาลี
กรุงโรมมีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์ยุโรปมายาวนาน ในอดีตเมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิโรมัน ซึ่งมีอิทธิพลต่อการเมือง กฎหมาย ภาษา ศิลปะ และสถาปัตยกรรมของยุโรป
ปัจจุบันร่องรอยของอารยธรรมโรมันยังคงปรากฏอยู่ทั่วเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินจากโบราณสถานแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งได้ภายในเวลาไม่นาน จึงทำให้การเดินเที่ยวในกรุงโรมมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ
นอกจากมรดกจากยุคโรมันแล้ว เมืองยังเป็นศูนย์กลางของศิลปะในยุคเรอเนสซองส์และบาโรก ผลงานของศิลปินระดับโลก เช่น ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) และ แบร์นินี (Bernini) สามารถพบได้ตามพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ และจัตุรัสหลายแห่ง
นครรัฐวาติกัน ศูนย์กลางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก
หนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อ เที่ยวโรม คือ นครรัฐวาติกัน (Vatican City) รัฐอิสระขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ภายในกรุงโรม และเป็นศูนย์กลางสำคัญของคริสตจักรโรมันคาทอลิก
บริเวณวาติกันมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง ได้แก่ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ พิพิธภัณฑ์วาติกัน และโบสถ์ซิสทีน โดยเฉพาะโบสถ์ซิสทีนที่มีชื่อเสียงจากภาพจิตรกรรมบนเพดานของ ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo)
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Basilica)
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Basilica) เป็นหนึ่งในมหาวิหารที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยงานศิลปะจำนวนมาก หนึ่งในผลงานสำคัญคือ Pietà ประติมากรรมหินอ่อนของ ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) ซึ่งแสดงภาพพระแม่มารีอุ้มพระเยซูหลังการตรึงกางเขน ผลงานชิ้นนี้สร้างขึ้นเมื่อ ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) มีอายุเพียง 25 ปี และถือเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของศิลปะเรอเนสซองส์
อีกหนึ่งไฮไลต์คือโดมขนาดใหญ่ของมหาวิหาร ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) นักท่องเที่ยวสามารถเลือกขึ้นไปชมวิวจากบริเวณโดมได้ โดยต้องชำระค่าบริการเพิ่มเติมและขึ้นบันไดหลายขั้น

สนามกีฬาโคลอสเซียม มรดกจากจักรวรรดิโรมัน
โคลอสเซียม (Colosseum) เป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงโรม และเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันในอดีต อัฒจันทร์ขนาดมหึมาแห่งนี้สามารถรองรับผู้ชมได้เป็นจำนวนมาก และได้รับการออกแบบเป็นรูปวงรีเพื่อให้ผู้ชมสามารถมองเห็นพื้นที่การแสดงจากบริเวณต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง
โคลอสเซียมยังสะท้อนความสามารถด้านวิศวกรรมของชาวโรมัน ทั้งการออกแบบโครงสร้าง การจัดระบบทางเข้าออก และการใช้วัสดุก่อสร้างที่หลากหลาย แม้เวลาจะผ่านมานานเกือบ 2,000 ปี แต่ซากอาคารยังคงเป็นหลักฐานสำคัญของอารยธรรมโรมัน
ประตูชัยคอนสแตนติน (Arch of Constantine)
บริเวณใกล้กับโคลอสเซียมคือ ประตูชัยคอนสแตนติน (Arch of Constantine) อนุสาวรีย์สำคัญที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของจักรพรรดิคอนสแตนตินในปี ค.ศ. 312
ประตูชัยแห่งนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 315 และเป็นหนึ่งในประตูชัยโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกรุงโรม
น้ำพุเทรวี ขอพรและชมงานศิลปะบาโรก
น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงโรม น้ำพุขนาดใหญ่แห่งนี้โดดเด่นด้วยประติมากรรมสไตล์บาโรกที่งดงาม และมีเทพเนปจูนเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลงาน
น้ำพุแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 โดยการก่อสร้างใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าจะแล้วเสร็จ
สิ่งที่นักท่องเที่ยวมักทำเมื่อมาเยือนคือการ โยนเหรียญลงในน้ำพุ ตามความเชื่อที่ว่า หากโยนเหรียญลงไปจะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง
ตำนานเรื่องแรก เล่าว่า ผู้ที่โยนเหรียญ 1 เหรียญลงไปในน้ำพุเทรวี จะได้กลับมา กรุงโรมอีกครั้ง แต่หากโยน 2 เหรียญจะพบคู่ครองและได้แต่งงาน แต่ถ้าใครอยากจะหย่าร้างกับคู่ครอง ให้โยน 3 เหรียญ พูดง่าย ๆ ก็คือ ใครอยากจะหย่าร้างกับคู่ครอง ก็ต้องลงทุนมากหน่อย ใครจะไปรู้ อาจจะมีผู้คนอธิษฐานเรื่องนี้ไว้มากก็ได้นะ
ตำนานเรื่องที่สอง เล่าว่า ผู้ที่โยนเหรียญ 1 เหรียญลงไปในน้ำพุเทรวี จะได้กลับมากรุงโรมอีกครั้ง แต่ใครที่ปรารถนาจะได้โชคลาภ ก็ต้องโยนเหรียญ 3 เหรียญด้วยมือขวา โดยโยนผ่านไหล่ซ้ายของตน วิธีเดียวที่ทำเช่นนี้ได้ จึงต้องหันหลังให้กับ “น้ำพุเทรวี” เพราะเหตุนี้ ปัจจุบัน ใคร ๆ ที่โยนเหรียญก็มักจะหันหลังให้กับน้ำพุ ที่จริงก็ไม่จำเป็นนัก แต่ก็สนุกดีเหมือนกัน เพราะเวลาที่เราหันหลังโยนเหรียญ จะทำให้เราถ่ายรูปได้สวย และสามารถมองเห็นทั้งหน้าเราและก็น้ำพุด้วย และก็มีหลักฐานว่า เราได้ไปโยนเหรียญที่น้ำพุแห่งนี้มาแล้วด้วย
ตำนานเรื่องที่สาม เป็นตำนานที่เล่าอยู่ในหลักสูตรและในตำราเรียนของอิตาเลียน เล่าว่าผู้ใดปรารถนาจะพบกับรักแท้ รักเดียวใจเดียว ให้โยนเหรียญ 1 เหรียญผู้ใดปรารถนาจะได้โชคลาภให้โยนเหรียญ 2 เหรียญ เลข 2 มีความหมายเท่ากับทวีคูณ ผู้ใดปรารถนาจะกลับมาที่กรุงโรมอีกครั้ง ก็ให้โยนเหรียญ 3 เหรียญ เลข 3 มีความหมายถึงนิรันดรกาล
บันไดสเปน ย่านช้อปปิ้งใจกลางโรม
Spanish Steps หรือบันไดสเปน ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองและเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่น
บริเวณรอบ ๆ มีร้านค้าแบรนด์ดัง ร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงแรมจำนวนมาก จึงเป็นย่านที่ผสมผสานประวัติศาสตร์เข้ากับบรรยากาศการใช้ชีวิตของคนเมืองได้อย่างลงตัว
บริเวณด้านล่างของบันไดมี Fontana della Barcaccia หรือน้ำพุรูปเรือ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพที่น่าสนใจ
วิหารแพนธีออน สถาปัตยกรรมโรมันที่น่าทึ่ง
Pantheon หรือวิหารแพนธีออน เป็นหนึ่งในอาคารโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดของโรม ตัวอาคารมีอายุมากกว่าหนึ่งพันปี และมีเอกลักษณ์จากด้านหน้าที่เป็นเสาขนาดใหญ่และส่วนหลังที่มีโดมทรงกลม
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ โดมขนาดใหญ่และช่องเปิดตรงกลางที่เรียกว่า Oculus ซึ่งเปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในอาคาร ความสมบูรณ์ของโครงสร้างทำให้ Pantheon เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของสถาปัตยกรรมโรมันโบราณ
ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ได้รับการใช้เป็นโบสถ์ และยังเป็นสถานที่ฝังศพของบุคคลสำคัญ เช่น พระเจ้าวิกเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 กษัตริย์พระองค์แรกของราชอาณาจักรอิตาลี และศิลปินชื่อดังอย่าง ราฟาเอล (Raphael)
เที่ยวโรม ชมเมืองผ่านจัตุรัสและถนนเก่า
เสน่ห์อีกอย่างของการ เที่ยวโรม คือการเดินเล่นตามตรอกซอกซอยและจัตุรัสเก่าแก่ ใจกลางเมืองมีอาคารเก่า โบสถ์ น้ำพุ และร้านอาหารท้องถิ่นกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินชมเมืองแบบไม่ต้องกำหนดเส้นทางตายตัวมากนัก
ระหว่างทางอาจพบร้านกาแฟเล็ก ๆ ร้านเจลาโต และร้านอาหารอิตาเลียน ซึ่งช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้มีสีสันมากขึ้น ช่วงเย็นของกรุงโรมก็มีเสน่ห์ไม่แพ้ช่วงกลางวัน เมื่ออาคารประวัติศาสตร์และจัตุรัสต่าง ๆ ถูกประดับด้วยแสงไฟ บรรยากาศจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบหนึ่ง
สรุป เที่ยวโรม เมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราว
เที่ยวโรม (Rome) คือการสัมผัสเมืองที่ประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืน จากโคลอสเซียมและประตูชัยคอนสแตนตินที่บอกเล่าเรื่องราวของจักรวรรดิโรมัน ไปจนถึง Pantheon น้ำพุเทรวี และ Spanish Steps ที่สะท้อนศิลปะและวัฒนธรรมของเมือง
ขณะเดียวกัน นครรัฐวาติกัน ยังเพิ่มมิติด้านศาสนาและศิลปะระดับโลกให้กับการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมโบราณสถาน ชมผลงานศิลปะ ขอพรที่น้ำพุเทรวี หรือแวะจิบกาแฟในคาเฟ่เล็ก ๆ การมาเยือนกรุงโรมล้วนเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่น่าจดจำ