เที่ยวเฮลซิงกิ ธิดาแห่งทะเลบอลติก เมืองหลวงฟินแลนด์

เฮลซิงกิ ธิดาแห่งทะเลบอลติก เมืองหลวงของฟินแลนด์

by Grazie Travel

เที่ยวเฮลซิงกิ เมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ แล้วสัมผัสเสน่ห์ของเมืองชายทะเลที่ผสมผสานธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตแบบนอร์ดิกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ริมอ่าวฟินแลนด์และได้รับการขนานนามว่า “ธิดาแห่งทะเลบอลติก” เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับท้องทะเลอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ การค้า และการดำเนินชีวิตของผู้คน

แม้จะเป็นเมืองหลวง แต่บรรยากาศของเฮลซิงกิกลับไม่เร่งรีบจนเกินไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมอาคารเก่าแก่ นั่งรถรางผ่านย่านใจกลางเมือง พักผ่อนในคาเฟ่ หรือเดินเล่นริมทะเลได้อย่างสบาย นอกจากนี้ เมืองยังมีสวนสาธารณะ เกาะ และพื้นที่ธรรมชาติอยู่ใกล้กับย่านการค้า จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวที่เรียบง่ายและมีคุณภาพ

ประวัติของเมืองเฮลซิงกิ

เฮลซิงกิก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1550 โดยพระเจ้ากุสตาฟที่ 1 แห่งสวีเดน เพื่อพัฒนาให้เป็นเมืองท่าและศูนย์กลางการค้าบริเวณทะเลบอลติก ต่อมาในปี ค.ศ. 1809 ฟินแลนด์ได้กลายเป็นราชรัฐปกครองตนเองภายใต้จักรวรรดิรัสเซีย

ในปี ค.ศ. 1812 จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ทรงย้ายเมืองหลวงจากตุรกุมายังเฮลซิงกิ หลังจากนั้น เมืองจึงได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง อาคารสำคัญหลายแห่งรอบจัตุรัสซีเนทถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก ส่งผลให้ใจกลางเมืองมีรูปลักษณ์สง่างามและเป็นระเบียบ

หลังจากฟินแลนด์ประกาศเอกราชในปี ค.ศ. 1917 เมืองแห่งนี้ยังคงเติบโตเป็นศูนย์กลางด้านการปกครอง เศรษฐกิจ การศึกษา ศิลปะ และการออกแบบของประเทศ ปัจจุบันเฮลซิงกิเป็นเมืองริมอ่าวฟินแลนด์ที่มีทั้งวัฒนธรรมเมืองและธรรมชาติชายฝั่งอยู่ร่วมกันอย่างโดดเด่น ข้อมูลเมืองจาก Visit Finland

เสน่ห์ของเฮลซิงกิ

สิ่งที่ทำให้เฮลซิงกิแตกต่างจากเมืองหลวงอื่นในยุโรป คือความเงียบสงบและความเรียบง่ายแบบนอร์ดิก อาคารสไตล์คลาสสิกถูกผสมผสานเข้ากับงานออกแบบสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยร้านกาแฟสุดอบอุ่น ดีไซน์สโตร์ แกลเลอรี และพื้นที่สีเขียวริมทะเล

นอกจากนี้ชาวฟินแลนด์ยังให้ความสำคัญกับธรรมชาติและความสมดุลของชีวิต ทำให้บรรยากาศในเมืองเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย แม้จะเป็นเมืองหลวงแต่ก็ไม่วุ่นวายจนเกินไป

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเฮลซิงกิ

การเที่ยวใจกลางเมืองสามารถทำได้ภายในหนึ่งวัน เนื่องจากแลนด์มาร์กหลายแห่งอยู่ไม่ไกลจากกัน อย่างไรก็ตาม หากต้องการเดินทางไปยังเกาะซูโอเมนลินนาและสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ควรจัดเวลาอย่างน้อย 2 วัน

มหาวิหารเฮลซิงกิและจัตุรัสซีเนท

มหาวิหารเฮลซิงกิ (Helsinki Cathedral) เป็นสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ตัวอาคารสีขาวโดดเด่นด้วยโดมสีเขียวและบันไดขนาดใหญ่ ตั้งอยู่เหนือจัตุรัสซีเนทหรือ Senate Square

บริเวณโดยรอบประกอบด้วยอาคารสำคัญ เช่น ทำเนียบรัฐบาล อาคารหลักของมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ และหอสมุดแห่งชาติ บรรยากาศที่เป็นระเบียบและสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกทำให้บริเวณนี้เหมาะสำหรับเดินชมเมืองและถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่มีผู้คนไม่หนาแน่น

จัตุรัสตลาดริมทะเล

Market Square ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือทางตอนใต้ของเมือง เป็นตลาดกลางแจ้งที่มีบรรยากาศคึกคัก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้ออาหารพื้นเมือง ผลไม้ตามฤดูกาล ของที่ระลึก และงานหัตถกรรมได้จากร้านค้าภายในตลาด

อาหารที่น่าลอง ได้แก่ ซุปปลาแซลมอน ปลาเฮร์ริง และขนมอบแบบฟินแลนด์ นอกจากนี้ บริเวณดังกล่าวยังเป็นจุดออกเรือไปยังเกาะต่าง ๆ รวมถึงป้อมปราการซูโอเมนลินนา จึงสามารถจัดโปรแกรมเที่ยวตลาดและล่องเรือต่อเนื่องกันได้สะดวก

ป้อมปราการซูโอเมนลินนา

ซูโอเมนลินนา (Suomenlinna) เป็นป้อมปราการทางทะเลที่สร้างขึ้นโดยสวีเดนในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 18 บนกลุ่มเกาะบริเวณทางเข้าสู่ท่าเรือเฮลซิงกิ ป้อมแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกจากยูเนสโกในปี ค.ศ. 1991 เพราะเป็นตัวอย่างสำคัญของสถาปัตยกรรมทางทหารในยุโรปยุคนั้น ข้อมูลจาก UNESCO World Heritage Centre

ปัจจุบันพื้นที่ภายในมีแนวกำแพง ปืนใหญ่ อุโมงค์ พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร และคาเฟ่กระจายอยู่ตามเกาะต่าง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่จาก Market Square โดยใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจแตกต่างกันตามสภาพอากาศและตารางเดินเรือ

โบสถ์หินเทมเปลิโอคิโอ

โบสถ์เทมเปลิโอคิโอ (Temppeliaukio Church) หรือที่นิยมเรียกว่า “โบสถ์หิน” เป็นผลงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่สร้างเข้าไปในชั้นหินธรรมชาติ ภายในโดดเด่นด้วยผนังหินขรุขระ แสงธรรมชาติ และหลังคาทองแดงทรงกลม

โครงสร้างของโบสถ์ช่วยสร้างคุณภาพเสียงที่ดี จึงมีการใช้พื้นที่สำหรับประกอบพิธีทางศาสนาและจัดคอนเสิร์ต การออกแบบที่เชื่อมโยงธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมทำให้สถานที่แห่งนี้สะท้อนแนวคิดแบบฟินแลนด์ได้อย่างชัดเจน

มหาวิหารอุสเปนสกี

มหาวิหารอุสเปนสกี (Uspenski Cathedral) ตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้กับย่านท่าเรือ เป็นมหาวิหารออร์ทอดอกซ์ที่โดดเด่นด้วยอาคารอิฐสีแดงและโดมสีทอง สถาปัตยกรรมของมหาวิหารสะท้อนอิทธิพลของรัสเซียในประวัติศาสตร์ฟินแลนด์

จากบริเวณรอบมหาวิหาร นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นหลังคาเมือง ท่าเรือ และอาคารสำคัญในย่านใจกลางเมือง จึงเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพที่ไม่ควรพลาด

มหาวิหารอุสเปนสกี

อนุสาวรีย์ซิเบลิอุส

อนุสาวรีย์ซิเบลิอุส (Sibelius Monument) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงฌอง ซิเบลิอุส นักประพันธ์เพลงคนสำคัญของฟินแลนด์ ผลงานประกอบด้วยท่อเหล็กจำนวนมากเรียงตัวเป็นรูปทรงคล้ายคลื่นเสียงและออร์แกน

อนุสาวรีย์ตั้งอยู่ภายในสวนซิเบลิอุส บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นและเหมาะสำหรับเดินเล่น อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีกรุ๊ปทัวร์จำนวนมาก ควรเผื่อเวลาในการถ่ายภาพบริเวณจุดสำคัญ

อนุสาวรีย์ซิเบลิอุส

สัมผัสวิถีชีวิตแบบฟินแลนด์

เสน่ห์ของเมืองไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแลนด์มาร์กสำคัญ แต่ยังรวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของชาวฟินแลนด์ ผู้คนให้ความสำคัญกับธรรมชาติ ความสงบ และความสมดุลระหว่างการทำงานกับการพักผ่อน

วัฒนธรรมซาวน่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวฟินแลนด์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการซาวน่าสาธารณะทั้งแบบดั้งเดิมและแบบร่วมสมัย หลายแห่งตั้งอยู่ริมทะเลและมีพื้นที่สำหรับพักผ่อน นอกจากนี้ วัฒนธรรมกาแฟและคาเฟ่ยังโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยสามารถพบร้านบรรยากาศอบอุ่นได้ทั่วเมือง

ในด้านการออกแบบ เมืองมีทั้งร้านสินค้าแฟชั่น แกลเลอรี สตูดิโอ และอาคารที่สะท้อนแนวคิด Nordic Design ตั้งแต่งานอาร์ตนูโวไปจนถึงผลงานของนักออกแบบชื่อดังอย่าง Alvar Aalto ข้อมูลสถาปัตยกรรมและการออกแบบจาก Visit Finland

ฤดูกาลที่เหมาะสำหรับเที่ยวเฮลซิงกิ

ฤดูร้อน

ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมมีเวลากลางวันยาวนานและอากาศค่อนข้างสบาย เหมาะสำหรับเดินชมเมือง ล่องเรือ และเที่ยวเกาะ บริเวณท่าเรือ ตลาดกลางแจ้ง และสวนสาธารณะจะมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

ช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม ต้นไม้ภายในสวนและพื้นที่ธรรมชาติจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง อากาศเริ่มเย็นลงและมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงฤดูร้อน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบ

ฤดูหนาว

ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมมีอากาศหนาวและเวลากลางวันสั้น บางช่วงอาจมีหิมะปกคลุมเมือง บรรยากาศของตลาดคริสต์มาส แสงไฟ และร้านค้าที่ตกแต่งตามฤดูกาลช่วยสร้างเสน่ห์ที่แตกต่างจากช่วงอื่น

ฤดูใบไม้ผลิ

ช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม อากาศค่อย ๆ อุ่นขึ้นและธรรมชาติเริ่มกลับมามีสีสัน เหมาะสำหรับเดินชมสวนและสำรวจเมือง อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง

การเดินทางภายในเมือง

เฮลซิงกิมีระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมโยงพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งรถราง รถประจำทาง รถไฟใต้ดิน รถไฟ และเรือเฟอร์รี่ โดยเฉพาะรถรางซึ่งเหมาะสำหรับการเดินทางชมสถานที่ในย่านใจกลางเมือง

ผู้เดินทางควรตรวจสอบเขตของบัตรโดยสารและระยะเวลาที่ต้องการใช้งานก่อนซื้อ หากวางแผนเที่ยวหลายจุดภายในวันเดียว บัตรแบบรายวันอาจสะดวกกว่าการซื้อตั๋วแยกแต่ละเที่ยว ส่วนการเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ใจกลางเมืองสามารถใช้รถไฟหรือรถประจำทางตามความเหมาะสม

ข้อแนะนำก่อนเดินทาง

สภาพอากาศริมทะเลสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว แม้เดินทางในฤดูร้อนก็ควรเตรียมเสื้อคลุมบางหรือเสื้อกันลม ส่วนฤดูหนาวควรสวมเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นและรองเท้าที่เหมาะกับพื้นลื่น

ร้านค้า พิพิธภัณฑ์ โบสถ์ และสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งอาจมีเวลาเปิดแตกต่างกัน รวมถึงอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล วันหยุด หรือกิจกรรมพิเศษ ดังนั้น ควรตรวจสอบเวลาเปิด ค่าเข้าชม และตารางขนส่งล่าสุดก่อนออกเดินทางจากเว็บไซต์ทางการของสถานที่นั้น ๆ

สรุปเสน่ห์ของเฮลซิงกิ

การมาเยือนเมืองหลวงแห่งนี้มอบประสบการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การชมมหาวิหารสีขาวกลางจัตุรัสซีเนท เดินเลือกซื้ออาหารในตลาดริมทะเล นั่งเรือไปยังป้อมปราการเก่าแก่ ไปจนถึงการพักผ่อนในคาเฟ่และซาวน่าแบบฟินแลนด์

สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความเรียบง่ายของยุโรปเหนือ การ เที่ยวเฮลซิงกิ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเมืองมีทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม งานออกแบบ และธรรมชาติอยู่ใกล้กัน อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปยังประเทศอื่นรอบทะเลบอลติกได้อย่างสะดวก

ไม่พบโปรแกรมทัวร์