ศาลาไทย เมืองโลซานน์ สัญลักษณ์มิตรภาพไทย–สวิส

ศาลาไทย ณ เมืองโลซานน์ สัญลักษณ์มิตรภาพไทย–สวิตเซอร์แลนด์

by Grazie Travel

ศาลาไทย ณ เมืองโลซานน์ หรือ Le Pavillon Thailandais เป็นสถาปัตยกรรมไทยสีทองอันโดดเด่น ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะเดอน็องตู หรือ Parc du Denantou บริเวณริมทะเลสาบเลมอง เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ท่ามกลางสนามหญ้า ต้นไม้ใหญ่ และบรรยากาศอันสงบร่มรื่น ศาลาไทยแห่งนี้เปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของประเทศไทยที่ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป นอกจากความงดงามด้านศิลปกรรมแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังมีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ ตลอดจนมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับชาวไทยที่เดินทางมาเยือนเมืองโลซานน์

ประวัติศาลาไทย ณ เมืองโลซานน์

ศาลาไทยเป็นของขวัญจากประเทศไทยมอบให้แก่เมืองโลซานน์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเป็นที่ระลึกในโอกาสครบรอบ 75 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับสมาพันธรัฐสวิส

ตัวศาลาได้รับการก่อสร้างในเมืองโลซานน์เมื่อปี ค.ศ. 2007 โดยช่างฝีมือชาวไทยทำงานร่วมกับหน่วยงานสวนสาธารณะของเมือง ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2009 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดศาลาอย่างเป็นทางการ Lausanne Tourisme

ความผูกพันของราชวงศ์ไทยกับเมืองโลซานน์

เมืองโลซานน์มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับราชวงศ์ไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เคยประทับอยู่ในเมืองแห่งนี้ร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา

ครอบครัวราชสกุลมหิดลประทับอยู่ในเมืองโลซานน์ระหว่างปี ค.ศ. 1933–1951 รวมระยะเวลาประมาณ 18 ปี เมืองแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษาและทรงศึกษาเล่าเรียน เรื่องราวดังกล่าวทำให้โลซานน์มีความหมายเป็นพิเศษในความทรงจำของคนไทย

https://travel.mthai.com/world-travel/144363.html

สถาปัตยกรรมจัตุรมุขอันวิจิตรงดงาม

ศาลาไทยได้รับการออกแบบเป็นอาคารทรง จัตุรมุข มีด้านหน้าเปิดออกทั้งสี่ทิศ และมีมณฑปอยู่บริเวณกึ่งกลางหลังคา รูปแบบดังกล่าวมีลักษณะคล้ายอาคารขนาดย่อมภายในเขตพระราชฐาน ไม่ใช่อาคารที่ใช้ประกอบศาสนพิธี

ตัวอาคารมีความกว้างประมาณ 6 เมตร ยาวประมาณ 6 เมตร และสูงถึงยอดหลังคาประมาณ 16 เมตร จุดเด่นอยู่ที่งานประกอบไม้ งานแกะสลัก การประดับกระจกสี การปิดทอง และลวดลายไทยที่สร้างขึ้นอย่างประณีต หลังคาสีทองอร่ามตัดกับสนามหญ้าสีเขียวและทิวทัศน์โดยรอบ ทำให้ศาลากลายเป็นจุดถ่ายภาพที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในบริเวณสวนเดอน็องตู

หลังคาทรงไทยประดับด้วย ช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ สีทองอร่ามตัดกับฉากหลังของภูเขาและทะเลสาบ เป็นภาพที่งดงามจับตา ศาลามีความสูงประมาณ 16 เมตร น้ำหนักกว่า 27 ตัน และถูกประกอบขึ้นโดยช่างฝีมือจากประเทศไทย ก่อนจะขนส่งมาประกอบใหม่ที่โลซานน์

พิธีเปิดอย่างเป็นทางการจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2550 โดยมีผู้แทนรัฐบาลทั้งสองประเทศเข้าร่วม ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–สวิตเซอร์แลนด์ในยุคใหม่
สิ่งที่นำความปลาบปลื้มใจมาสู่พสกนิกรชาวไทยที่อาศัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์คือ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังเมืองโลซานน์เป็นการส่วนพระองค์เพื่อทรงประกอบพิธีเปิดศาลาไทยอย่างเป็นทางการ คนไทยที่เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทจึงได้ชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่านด้วยความปีติยินดี

https://www.thaiembassy.ch/Content/Embassy/84.html

ความหมายและคุณค่าทางจิตใจ

ความสำคัญของศาลาแห่งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสวยงามทางสถาปัตยกรรม แต่ยังทำหน้าที่เป็นอนุสรณ์แห่งพระราชไมตรีและความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองประเทศ

สำหรับชาวไทย ศาลาแห่งนี้ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนผู้มาเยือนจากประเทศอื่นสามารถเรียนรู้เอกลักษณ์ของงานศิลปกรรมไทยผ่านรายละเอียดของตัวอาคาร ด้วยเหตุนี้ ศาลาไทยจึงเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพที่สามารถสื่อสารข้ามพรมแดนได้อย่างงดงาม

สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไทย–สวิส

ความสำคัญของศาลาแห่งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสวยงามทางสถาปัตยกรรม แต่ยังทำหน้าที่เป็นอนุสรณ์แห่งพระราชไมตรีและความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองประเทศ

สำหรับชาวไทย ศาลาแห่งนี้ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนผู้มาเยือนจากประเทศอื่นสามารถเรียนรู้เอกลักษณ์ของงานศิลปกรรมไทยผ่านรายละเอียดของตัวอาคาร ด้วยเหตุนี้ ศาลาไทยจึงเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพที่สามารถสื่อสารข้ามพรมแดนได้อย่างงดงาม

การเดินทางไปชมศาลาไทย

ศาลาตั้งอยู่ภายใน Parc du Denantou บริเวณ Quai d’Ouchy เมืองโลซานน์ ใกล้กับริมทะเลสาบเลมอง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นจากย่านอูชีไปตามทางเดินเลียบทะเลสาบจนถึงสวนได้ หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะแล้วเดินต่อเข้าไปภายในสวน

บริเวณรอบศาลาเป็นพื้นที่กลางแจ้ง จึงเหมาะสำหรับการเดินเล่น พักผ่อน และถ่ายภาพ ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงจะมีต้นไม้เขียวขจีและอากาศเหมาะกับการเที่ยวชม ส่วนวันที่ท้องฟ้าเปิด นักท่องเที่ยวอาจมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบและแนวภูเขาที่ช่วยเพิ่มความงดงามให้แก่ภาพถ่าย

ข้อควรทราบก่อนเข้าชม

ศาลาไทยตั้งอยู่ในสวนสาธารณะและเป็นงานศิลปกรรมที่ควรช่วยกันดูแล นักท่องเที่ยวควรชมจากบริเวณที่จัดไว้ หลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือสัมผัสส่วนประดับอาคาร และรักษาความสะอาดของพื้นที่

เวลาการเข้าใช้สวนและระบบขนส่งสาธารณะอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง โดยที่อยู่ซึ่งระบุในเว็บไซต์การท่องเที่ยวเมืองโลซานน์คือ Quai d’Ouchy, 1007 Lausanne ข้อมูลสถานที่จาก Lausanne Tourisme

https://www.lausanne-tourisme.ch/en/explore/a-royal-pavilion-in-lausanne/

สรุปศาลาไทยแห่งเมืองโลซานน์

ศาลาไทย ณ เมืองโลซานน์ เป็นสถานที่ซึ่งรวบรวมความงดงามของสถาปัตยกรรมไทย ประวัติศาสตร์ราชวงศ์ และมิตรภาพระหว่างประเทศไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ไว้ในจุดเดียว

สีทองของศาลาที่โดดเด่นท่ามกลางธรรมชาติของสวนเดอน็องตูสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ขณะที่เรื่องราวเบื้องหลังช่วยให้การมาเยือนได้รับทั้งความรู้และความรู้สึกภาคภูมิใจ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาถึงโลซานน์ สถานที่แห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญที่ไม่ควรพลาด