Viking Line จากเรือข้ามฟากสู่สัญลักษณ์แห่งทะเลบอลติก

Viking Line ราชาเรือเฟอร์รารีสีแดงแห่งทะเลบอลติก

by Grazie Travel

ในภูมิภาคยุโรปเหนือที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะนับหมื่นแห่งและผืนน้ำกว้างใหญ่ของทะเลบอลติก การเดินทางทางทะเลไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของผู้คนมาอย่างยาวนาน หนึ่งในชื่อที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้คือ Viking Line ผู้ให้บริการเรือเฟอร์รีและเรือสำราญข้ามทะเลชั้นนำที่มีชื่อเสียงจากตัวเรือสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์

ตลอดเวลากว่า 60 ปี Viking Line ไม่เพียงทำหน้าที่ขนส่งผู้โดยสาร รถยนต์ และสินค้าเท่านั้น แต่ยังยกระดับการเดินทางทางทะเลให้กลายเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวครบวงจร ผสมผสานความสะดวกสบาย ความบันเทิง และวัฒนธรรมของชาวนอร์ดิกเข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของการเดินเรือในทะเลบอลติก

กำเนิด Viking Line

จุดเริ่มต้นของ Viking Line ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1959 เมื่อบริษัทเดินเรือขนาดเล็กจากหมู่เกาะออลันด์เริ่มเปิดให้บริการเรือข้ามฟากระหว่างฟินแลนด์และสวีเดน

ในช่วงทศวรรษ 1960 การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในยุโรปได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการเรือเฟอร์รีที่สามารถขนส่งรถยนต์และผู้โดยสารพร้อมกันเติบโตตามไปด้วย

ปี ค.ศ. 1966 บริษัทเดินเรือสามแห่ง ได้แก่

  • Rederi Ab Vikinglinjen
  • Rederi Ab Slite
  • Ålandsfärjan Ab

ได้รวมตัวกันภายใต้แบรนด์ “Viking Line” เพื่อสร้างเครือข่ายการเดินเรือที่แข็งแกร่งและสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นในภูมิภาคได้

การรวมตัวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Viking Line เติบโตอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเรือเฟอร์รีรายใหญ่ที่สุดของยุโรปเหนือ

ออลันด์ หัวใจของ Viking Line

สำนักงานใหญ่ของ Viking Line ตั้งอยู่ที่ Mariehamn เมืองหลวงของหมู่เกาะ Åland Islands

ออลันด์เป็นเขตปกครองตนเองของฟินแลนด์ที่มีประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาสวีเดน ตั้งอยู่ระหว่างฟินแลนด์และสวีเดน ทำให้มีตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ด้านการเดินเรือมาโดยตลอด

ท่าเรือของ Mariehamn กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับเรือของ Viking Line และเป็นหนึ่งในจุดแวะพักที่มีชื่อเสียงที่สุดในทะเลบอลติก

การเติบโตและการแข่งขัน

ในช่วงทศวรรษ 1970–1990 ตลาดเรือเฟอร์รีในทะเลบอลติกมีการแข่งขันอย่างเข้มข้น โดยคู่แข่งสำคัญของ Viking Line คือ

  • Silja Line
  • Tallink

การแข่งขันดังกล่าวผลักดันให้ผู้ประกอบการลงทุนในเรือรุ่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรูหราขึ้น และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น

จากเดิมที่เรือเฟอร์รีทำหน้าที่เพียงขนส่งผู้โดยสาร กลายเป็น “Cruiseferry” หรือเรือที่ผสมผสานระหว่างเรือสำราญและเรือข้ามฟาก

แนวคิดนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากและกลายเป็นจุดเด่นของ Viking Line จนถึงปัจจุบัน

เส้นทางเดินเรือสำคัญ

1. เฮลซิงกิ – สตอกโฮล์ม

เส้นทางระหว่าง Helsinki และ Stockholm ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด

การเดินทางใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมง โดยผู้โดยสารจำนวนมากเลือกเดินทางในรูปแบบ Overnight Cruise

2. ตูร์กู – สตอกโฮล์ม

เส้นทางระหว่าง Turku และ Stockholm ผ่านหมู่เกาะออลันด์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สวยงามที่สุดในยุโรปเหนือ

3. เฮลซิงกิ – ทาลลินน์

เส้นทางเชื่อมระหว่าง Helsinki และ Tallinn เป็นเส้นทางระยะสั้นที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางเพื่อธุรกิจ

กองเรือที่ทันสมัย

Viking Line มีเรือหลายลำที่ได้รับการยอมรับด้านเทคโนโลยีและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น

  • Viking Glory เรือรุ่นใหม่ที่เริ่มให้บริการในปี 2022
  • Viking Grace หนึ่งในเรือโดยสารขนาดใหญ่แห่งแรกของโลกที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)
  • Viking XPRS ซึ่งให้บริการเส้นทางยอดนิยมระหว่างเฮลซิงกิและทาลลินน์
  • Viking Cinderella เรือสำราญเฟอร์รีที่ได้รับความนิยมในเส้นทางสวีเดน – ฟินแลนด์

สิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือ

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Viking Line ได้รับความนิยม คือประสบการณ์บนเรือที่ใกล้เคียงกับเรือสำราญ

ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินกับ

ร้านอาหาร

  • บุฟเฟต์สแกนดิเนเวียน
  • อาหารทะเลสดจากทะเลบอลติก
  • ร้านสเต็ก
  • คาเฟ่และเบเกอรี

ความบันเทิง

  • การแสดงดนตรีสด
  • คอนเสิร์ต
  • บาร์และไนต์คลับ
  • คาสิโนขนาดเล็ก

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • ห้องพักหลากหลายระดับ
  • ซาวน่าสไตล์ฟินแลนด์
  • พื้นที่เด็ก
  • ร้านค้าปลอดภาษี

ความยั่งยืนและอนาคต

Viking Line เป็นหนึ่งในบริษัทเดินเรือที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทลงทุนในเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาดและกำลังพัฒนาโครงการเรือไฟฟ้าขนาดใหญ่ภายใต้แนวคิด “Helios” สำหรับเส้นทางระหว่างฟินแลนด์และเอสโตเนีย ซึ่งอาจกลายเป็นเรือเฟอร์รีไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกในอนาคต

สรุป

Viking Line เป็นมากกว่าผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางทางทะเลในยุโรปเหนือ ด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ การพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทได้เปลี่ยนการเดินทางข้ามทะเลบอลติกให้กลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์

เรือสีแดงของ Viking Line ยังคงแล่นผ่านน่านน้ำอันงดงามของทะเลบอลติกทุกวัน เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของภูมิภาคนอร์ดิกเข้าด้วยกัน และยังคงเป็นหนึ่งในตำนานแห่งการเดินเรือของยุโรปเหนือจนถึงปัจจุบัน