เจนีวา Geneva น้ำพุเจดโด แลนด์มาร์คแห่งสวิตเซอร์แลนด์

เจนีวา Geneva น้ำพุเจดโด ดินแดนแห่งสายน้ำและความงดงามของสวิตเซอร์แลนด์

by Grazie Travel

เจนีวา Geneva น้ำพุเจดโด แลนด์มาร์คแห่งสวิตเซอร์แลนด์

เจนีวา Geneva เป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บริเวณปลายด้านตะวันตกเฉียงใต้ของ ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ท่ามกลางทัศนียภาพของผืนน้ำและเทือกเขาที่รายล้อม เมืองแห่งนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และบรรยากาศแบบเมืองยุโรปได้อย่างลงตัว

หนึ่งในภาพจำสำคัญของเจนีวาคือ น้ำพุเจดโด (Jet d’Eau) น้ำพุขนาดใหญ่กลางทะเลสาบที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ด้วยสายน้ำที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงประมาณ 140 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นได้จากหลายจุดของเจนีวา และกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนสวิตเซอร์แลนด์

น้ำพุเจดโด Jet d’Eau จากจุดระบายน้ำสู่สัญลักษณ์ของเจนีวา

Jet d’Eau มีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ เพราะเดิมทีไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่เกิดจากความต้องการด้านวิศวกรรมในการควบคุมแรงดันน้ำของระบบพลังงานในเมือง

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1886 เมืองเจนีวาใช้พลังงานจากระบบไฮดรอลิกบริเวณแม่น้ำโรนเพื่อส่งต่อให้กับช่างฝีมือและโรงงานต่าง ๆ เมื่อถึงช่วงเย็นที่โรงงานและเวิร์กช็อปหยุดทำงาน แรงดันน้ำส่วนเกินภายในระบบจึงต้องได้รับการระบายออก วิศวกรจึงติดตั้งวาล์วนิรภัยเพื่อปล่อยน้ำออกสู่ภายนอก จนเกิดเป็นสายน้ำที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ในช่วงแรก สายน้ำมีความสูงประมาณ 30 เมตร และอยู่บริเวณโรงงานบนแม่น้ำโรน แต่ด้วยความโดดเด่นของสายน้ำที่พุ่งขึ้นเหนือเมือง ทำให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น แม้ต่อมาจะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ระบบดังกล่าวเพื่อระบายแรงดันอีกแล้ว แต่เมืองเจนีวามองเห็นถึงศักยภาพด้านการท่องเที่ยว จึงตัดสินใจย้ายน้ำพุมาสร้างใหม่บริเวณ ท่าเรือ Eaux-Vives

ในปี ค.ศ. 1891 Jet d’Eau ได้เปิดตัวในตำแหน่งใหม่บริเวณอ่าวเจนีวา โดยในเวลานั้นสายน้ำสามารถพุ่งขึ้นได้สูงประมาณ 90 เมตร และกลายเป็นจุดเด่นของเมืองอย่างรวดเร็ว จากสิ่งก่อสร้างที่มีจุดประสงค์ด้านวิศวกรรม จึงค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทมาเป็นแลนด์มาร์คและสัญลักษณ์ของเจนีวา

ต่อมาในปี ค.ศ. 1951 มีการพัฒนาระบบสูบน้ำครั้งสำคัญ โดยสร้างสถานีสูบน้ำที่สามารถดึงน้ำจากทะเลสาบเจนีวามาใช้ ส่งผลให้ Jet d’Eau สามารถพุ่งขึ้นได้สูงถึงประมาณ 140 เมตร ซึ่งเป็นความสูงที่เห็นในปัจจุบัน

น้ำถูกปล่อยออกมาด้วยความเร็วประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีอัตราการไหลประมาณ 500 ลิตรต่อวินาที ทำให้เกิดเป็นม่านน้ำสีขาวขนาดใหญ่ที่โดดเด่นเหนือผืนน้ำของทะเลสาบ

ความสวยงามของ Jet d’Eau ยังเกิดจากลักษณะของสายน้ำที่มีสีขาวคล้ายหมอกละเอียด เนื่องจากน้ำที่ถูกปล่อยออกมาด้วยแรงดันสูงจะเกิดฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมาก จึงมองเห็นเป็นสายน้ำสีขาวที่โดดเด่นและสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล

ปัจจุบัน Jet d’Eau ตั้งอยู่บริเวณ Quai Gustave-Ador และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมือง นักท่องเที่ยวสามารถชมความยิ่งใหญ่ของน้ำพุจากริมทะเลสาบ เดินเข้าใกล้บริเวณท่าเรือ หรือเลือกชมจากเรือที่ล่องอยู่ในทะเลสาบเจนีวา ซึ่งแต่ละมุมให้บรรยากาศและมุมมองที่แตกต่างกัน

ชมความยิ่งใหญ่ของ Jet d’Eau ริมทะเลสาบเจนีวา

เมื่อเดินทางมาเยือน เจนีวา (Geneva) หนึ่งในกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการชม Jet d’Eau ริมทะเลสาบเจนีวา สายน้ำขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นสูงประมาณ 140 เมตร โดดเด่นท่ามกลางผืนน้ำและท้องฟ้า และสามารถมองเห็นได้จากหลายพื้นที่ของเมือง

บริเวณ Quai Gustave-Ador เป็นหนึ่งในจุดที่เหมาะสำหรับชม Jet d’Eau อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นไปตามทางริมทะเลสาบ ชมสายน้ำที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และเก็บภาพบรรยากาศโดยรอบ หากเดินทางในวันที่อากาศแจ่มใส จะสามารถมองเห็นแนวภูเขาเป็นฉากหลัง ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับภาพถ่ายได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดยิ่งขึ้น สามารถเดินไปตามทางที่ยื่นออกไปในทะเลสาบจนถึงบริเวณใกล้ฐานของน้ำพุได้ เมื่อเข้าใกล้มากขึ้นอาจสัมผัสละอองน้ำเบา ๆ โดยเฉพาะในวันที่มีลม ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้การชม Jet d’Eau มีชีวิตชีวามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปิดใช้งานของน้ำพุขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและเงื่อนไขด้านความปลอดภัย จึงอาจมีการหยุดทำงานในบางช่วง โดยเฉพาะเมื่อมีลมแรงหรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

อีกหนึ่งจุดที่สามารถชม Jet d’Eau ได้อย่างสวยงามคือ Bains des Pâquis ซึ่งอยู่บริเวณริมทะเลสาบฝั่งตรงข้าม สามารถมองเห็นน้ำพุพร้อมแนวเมืองเจนีวาและผืนน้ำได้อย่างกว้างไกล ขณะที่การล่องเรือในทะเลสาบก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะจะได้เห็นน้ำพุจากบนผืนน้ำ พร้อมชมทัศนียภาพของเมืองในมุมที่แตกต่างออกไป

จุดถ่ายภาพ Jet d’Eau ที่ไม่ควรพลาด

Quai Gustave-Ador มุมใกล้ชิดกับน้ำพุ

Quai Gustave-Ador เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บภาพ Jet d’Eau แบบใกล้ชิด สามารถจัดองค์ประกอบให้เห็นสายน้ำพุเต็มความสูง โดยมีทะเลสาบเป็นฉากด้านหน้า

นอกจากนี้ยังสามารถใช้เรือใบ นก หรือผู้คนที่เดินอยู่ริมทะเลสาบเป็นองค์ประกอบในภาพ เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวา หากสภาพอากาศเปิดและมองเห็นภูเขาได้ชัด ก็จะช่วยให้ภาพมีมิติและสวยงามยิ่งขึ้น

Jardin Anglais มุมสวยพร้อมนาฬิกาดอกไม้

บริเวณ Jardin Anglais (English Garden) เป็นอีกหนึ่งมุมยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพ เพราะสามารถจัดองค์ประกอบให้มีทั้ง Jet d’Eau ทะเลสาบ และนาฬิกาดอกไม้ (Flower Clock) อยู่ในภาพเดียวกัน

บรรยากาศโดยรอบยังมีต้นไม้ พื้นที่สีเขียว เรือ และหงส์ที่ลอยอยู่บนทะเลสาบ ทำให้สามารถเก็บภาพเจนีวาในบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติและโรแมนติกได้เป็นอย่างดี

Bains des Pâquis มุมกว้างริมทะเลสาบ

สำหรับผู้ที่ต้องการภาพมุมกว้างที่เห็นทั้ง Jet d’Eau ทะเลสาบ ท่าเรือ และแนวเมืองเจนีวา สามารถเลือกมาที่ Bains des Pâquis ซึ่งเป็นพื้นที่ริมทะเลสาบที่ยื่นออกไปในผืนน้ำ

จากบริเวณนี้สามารถจัดองค์ประกอบภาพให้เห็นน้ำพุโดดเด่นอยู่กลางทะเลสาบ พร้อมฉากหลังเป็นเมืองและภูเขา เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบพาโนรามาและภาพวิวทิวทัศน์

มุมจากเรือในทะเลสาบเจนีวา

อีกหนึ่งวิธีที่จะได้ภาพ Jet d’Eau ที่แตกต่างออกไปคือการ ล่องเรือในทะเลสาบเจนีวา จากบนเรือสามารถมองเห็นน้ำพุจากระยะไกล พร้อมเก็บภาพแนวชายฝั่งของเมืองและภูเขาไว้ในเฟรมเดียวกัน

ในวันที่ท้องฟ้าเปิดและสภาพอากาศเหมาะสม ยังมีโอกาสมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์และ มงบล็อง (Mont Blanc) ซึ่งช่วยเพิ่มความอลังการให้กับภาพถ่ายและทำให้การล่องเรือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าประทับใจ

ไม่ว่าจะเลือกถ่ายภาพจากริมทะเลสาบ จากสวนสาธารณะ จาก Bains des Pâquis หรือบนเรือ แต่ละมุมล้วนสะท้อนเสน่ห์ของเจนีวาในแบบที่แตกต่างกัน และช่วยให้ได้ภาพความประทับใจกลับไปเป็นที่ระลึก

เจนีวา เมืองแห่งธรรมชาติและวัฒนธรรม

นอกจาก Jet d’Eau แล้ว เจนีวา ยังเป็นเมืองที่มีเสน่ห์รอบด้าน ทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม ตั้งอยู่ริม ทะเลสาบเจนีวา และมีเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลัง ทำให้เมืองแห่งนี้มีบรรยากาศที่ทั้งสงบและมีชีวิตชีวาในเวลาเดียวกัน

เสน่ห์เมืองเก่าใจกลางเจนีวา

หนึ่งในพื้นที่ที่ไม่ควรพลาดคือ ย่านเมืองเก่า (Old Town) ซึ่งเต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ ถนนหินแคบ ๆ จัตุรัส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ บรรยากาศโดยรอบเหมาะกับการเดินเที่ยวแบบสบาย ๆ และสัมผัสเสน่ห์ของเมืองอย่างใกล้ชิด

หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของย่านนี้คือ มหาวิหารเซนต์ปีแยร์ (St. Pierre Cathedral) อาคารศาสนสถานเก่าแก่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของเจนีวา โดยบริเวณรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ แกลเลอรี และร้านอาหาร ทำให้สามารถใช้เวลาเดินชมเมืองได้อย่างเพลิดเพลิน

เมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรม

เจนีวายังเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี และสถานที่จัดแสดงงานศิลปะหลายแห่ง ซึ่งช่วยสะท้อนเรื่องราวและมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง

นอกจากนี้ เจนีวายังมีชื่อเสียงเกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศ นักท่องเที่ยวจึงสามารถพบร้านนาฬิกาและแบรนด์ชั้นนำมากมายตามย่านต่าง ๆ ของเมือง

เมืองนานาชาติและศูนย์กลางการทูต

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเจนีวาคือการเป็น เมืองนานาชาติ และเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการทูตและความร่วมมือระหว่างประเทศ เมืองแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ สำนักงานสหประชาชาติ ณ เจนีวา (United Nations Office at Geneva) รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศอีกหลายแห่ง

ความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ทั่วเมือง ทำให้เจนีวามีบรรยากาศที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไป และสะท้อนบทบาทสำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ในเวทีระหว่างประเทศ

สัมผัสธรรมชาติริมทะเลสาบเจนีวา

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ การเดินเล่นริม Lake Geneva เป็นกิจกรรมที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ สามารถชมผืนน้ำ สูดอากาศบริสุทธิ์ และมองเห็นแนวภูเขาที่อยู่ไกลออกไป

หากเดินทางในวันที่ท้องฟ้าเปิด วิวของผืนน้ำสีฟ้าที่ตัดกับแนวเทือกเขาจะยิ่งสวยงามเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวยังสามารถเลือก ล่องเรือในทะเลสาบ เพื่อชมเจนีวาจากอีกมุมหนึ่ง หรือเดินทางต่อไปยังเมืองและหมู่บ้านริมทะเลสาบที่มีเสน่ห์แตกต่างกันออกไป

เที่ยวเจนีวา ต้องไม่พลาดน้ำพุเจดโด

เจนีวา (Geneva) เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสทั้งความงดงามของธรรมชาติและเสน่ห์ของเมืองยุโรปในทริปเดียว ตั้งแต่การชม Jet d’Eau ริมทะเลสาบ เดินเล่นในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงการสัมผัสบรรยากาศของเมืองนานาชาติที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

การได้ยืนมองสายน้ำสูงประมาณ 140 เมตร ที่พุ่งขึ้นเหนือทะเลสาบ ท่ามกลางฉากหลังของเมืองและเทือกเขา เป็นภาพที่สะท้อนเสน่ห์ของเจนีวาได้อย่างชัดเจน ยิ่งได้ใช้เวลาเดินเล่นริมทะเลสาบ แวะถ่ายภาพตามจุดชมวิว และสำรวจย่านประวัติศาสตร์ ก็จะยิ่งได้สัมผัสเมืองแห่งนี้ในหลากหลายมิติ

Jet d’Eau จึงไม่ได้เป็นเพียงน้ำพุขนาดใหญ่กลางทะเลสาบเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของเจนีวา จากจุดเริ่มต้นด้านวิศวกรรมสู่แลนด์มาร์คระดับโลก และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรแวะชมเมื่อมีโอกาสเดินทางมาเยือนสวิตเซอร์แลนด์

ทัวร์แนะนำ

โปรแกรมทัวร์แนะนำสำหรับคุณ